
จากผลการหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐาน ตามที่เอกอัครราชทูต พร้อมด้วยนางสาวสุรัชญา พลาวงศ์ และนายไพบูลย์ เวทย์วัฒนะ ได้เข้าพบนาย Inia Seruiratu รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานของฟิจิ พร้อมด้วยข้าราชการระดับสูงจากกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐาน ทำให้ทราบว่าหน้าที่หลักของกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐาน คือ การส่งเสริมความมั่นคงทางอาหารในประเทศฟิจิ ส่วนสิ่งที่ฟิจิได้เรียนรู้จากไทย ได้แก่ การท่องเที่ยวเชิงเกษตร โครงการในพระราชดำริ ความร่วมมือของภาครัฐและเอกชน การเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้า ความร่วมมือด้านการเกษตร และความร่วมมือด้านการศึกษา
อนึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฟิจิขอให้ไทยยกเว้นการตรวจลงตรา ให้แก่ประเทศฟิจิ ตามที่ไทยได้เคยส่ง MOU ยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการระหว่างไทยและฟิจิตั้งแต่ เดือนพฤศจิกายน ๒๕๔๗ แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแจ้งกลับจากฝ่ายฟิจิ ฉะนั้นจึงขอให้สถานเอกอัครราชทูตส่งสำเนา MOU ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของฟิจิมาได้โดยตรง
นอกจากนี้สิ่งที่สังเกตเห็น คือ แม้ประเทศฟิจิจะเป็นประเทศที่น่าลงทุนมากประเทศหนึ่ง แต่ด้วยจำนวนประชากรที่มีเพียง ๘ แสนกว่าคนเท่านั้น ทำให้การลงทุนเพื่อหวังผลกำไร อาจไม่คุ้มค่า ทั้งนี้จึงต้องมุ่งเน้นไปที่การส่งออกในประเทศแถบหมู่เกาะแปซิฟิก รวมถึงออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์อีกทางหนึ่ง
ประการแรก คือ ศักยภาพของฟิจิ แบ่งออกเป็น ๕ ด้าน ดังนี้
ด้านการท่องเที่ยว มีทั้งนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวแบบระยะสั้นและระยะยาว เดินทางมาทั้งทางเครื่องบินและเรือสำราญ
ด้านการเกษตร สินค้าเกษตรหลักที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศทางแถบแปซิฟิกใต้ ได้แก่ น้ำตาลและขิง
ด้านป่าไม้ ประเทศฟิจิมีตลาดไม้มะฮอกกานีทั้งภายในประเทศและและส่งออกไปยังต่างประเทศ
ด้านพลังงาน มีพลังงานทางเลือก ได้แก่ พลังงานน้ำและพลังงานลม จากพลังงานทางเลือกนี้เองทำให้ประเทศฟิจิมีพลังงานราคาถูกที่สุดในประเทศแถบ หมู่เกาะแปซิฟิก
ด้านการลงทุน ฟิจิมีแร่ธาตุจำนวนมาก เช่น ทอง ทองแดง แมงกานีส นอกจากนั้นยังมีน้ำแร่ฟิจิอีกด้วย ส่วนสาขาบริการมีหลายสาขา เช่น call center ธนาคาร ANZ ศูนย์กลางตลาดหลักทรัพย์ของภูมิภาค และศูนย์กลางการศึกษาในระดับอุดมศึกษา
อนึ่งข้อดีของการลงทุนในประเทศฟิจิ ได้แก่ ค่าแรงงานถูก แรงงานสามารถสื่อสารโดยใช้ภาษาอังกฤษได้ รวมทั้งมีระบบภาษีที่ดึงดูดใจอีกด้วย
ประการต่อมา คือ เรื่องการถือครองที่ดินนั้น รัฐบาลฟิจิอนุญาตให้ชาวต่างชาติและคนท้องถิ่นสามารถเช่าที่ดินเพื่อทำการ เกษตรได้เป็นเวลา ๕๐ - ๙๙ ปี และยังสามารถทำธุรกิจได้ถึง ๙๙ ปี นอกจากนี้แล้วผู้เช่าสามารถต่อสัญญาเช่าหลังจาก ๙๙ ปีได้อีกด้วย
ประการสุดท้าย คือ สถานการณ์ข้าวในประเทศฟิจิพบว่า คนฟิจิบริโภคข้าวแบบ long – grain มากกว่าแบบ basmati ด้วยสาเหตุนี้รัฐบาลจึงส่งเสริมให้มีการเพาะปลูกข้าวในประเทศ โดยยกเว้นการเก็บภาษีสำหรับพื้นที่เพาะปลูกข้าว ปัจจุบันประเทศฟิจินำเข้าข้าวจำนวน ๔๔,๐๐๐ ตัน โดยนำเข้าข้าวจากเวียดนาม ๓๕,๐๐๐ ตัน และจากประเทศไทยรองลงมา
นอกจากทั้ง ๓ ประการข้างต้นแล้ว ในส่วนของการ Business matching ระหว่างบริษัทวรรณภพฯ กับบริษัทของฟิจิพบว่า บริษัท fmf ซึ่งก่อตั้งโดยชาวอินเดีย และ บริษัท Punjas เป็นบริษัทเครือญาติกัน เริ่มต้นจากธุรกิจการทำโรงสีข้าวและแป้ง ต่อมาจึงขยายธุรกิจไปผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยว บิสกิต และขนมขบเคี้ยวจากมันฝรั่ง แต่ในปัจจุบันบริษัท fmf ไม่ได้ทำโรงสีข้าวแล้ว
ส่วนบริษัท Punjas จะทำธุรกิจเกี่ยวกับแป้ง ชา สบู่ เครื่องดื่ม ผงซักฟอก ขวดพลาสติก การพิมพ์ ฯลฯ
ในขณะเดียวกันการติดต่อทางธุรกิจของไทยกับฟิจิก็มีปัญหาเกิดขึ้น กล่าวคือ คนฟิจิต้องขอวีซ่าจึงจะเข้าประเทศไทยได้ซึ่งต้องใช้เวลาประมาณ ๒ สัปดาห์ทำให้เกิดความล่าช้าขึ้น ในทางตรงกันข้ามถ้าหากชาวฟิจิต้องการเดินทางไปมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกงนั้นไม่ต้องขอวีซ่า ทำให้ชาวฟิจิเลือกที่จะทำธุรกิจในประเทศเหล่านี้มากกว่าประเทศไทย
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อีเมล์ [email protected] หรือ interecon02@mfa.go.th
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
