“ออสเตรเลียชวนไทยเสนอโครงการ Blue Economy Challenge เพื่อรับทุนรวม 2.1 ล้านดอลลาร์ฯ สำหรับการพัฒนานวัตกรรมในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ”

หลายท่านคงเคยได้ยินคำว่า Blue Economy มานานแล้ว ทว่า เราอาจยังไม่เห็นกลุ่มประเทศใด ร่วมมือกันอย่างจริงจังเพื่อพัฒนา Blue Economy ให้เป็นรูปธรรม IORA ได้เล็งเห็นโอกาสดังกล่าว โดยเห็นว่า Blue Economy เป็นภาคเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงจากการใช้ประโยชน์จากมหาสมุทรอินเดียที่อุดมไปด้วยทรัพยากรทางทะเล แม้กระทั่งประเทศเป้าหมายที่ภาคเอกชนไทยออกเรือไปจับปลา ส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่อยู่ในมหาสมุทรอินเดียและเป็นสมาชิก IORA อาทิ อินเดีย บังกลาเทศ มาดากัสการ์ เยเมน โอมาน โมซัมบิก มอริเชียส โซมาเลีย และอิหร่าน นอกจากนี้ สองในสามของเรือขนส่งน้ำมันทั่วโลกก็เดินเรือผ่านมหาสมุทรอินเดีย และเรือขนส่งสินค้า หนึ่งในสามของเรือขนส่งสินค้าทั่วโลกก็เดินเรือผ่านมหาสมุทรนี้
นอกเหนือจากการทำประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และการขนส่งสินค้าทางเรือแล้ว Blue Economy ยังครอบคลุมทุกสาขาการพัฒนาเศรษฐกิจที่เป็นการใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากทะเล หรือ มหาสมุทร ไปจนถึงการสำรวจแร่ใต้ทะเลและไฮโดรคาร์บอน พลังงานหมุนเวียนจากทะเล (อาทิ พลังงานคลื่น และพลังงานลม) การท่องเที่ยว ฯลฯ ด้วย
ในขณะที่การใช้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากทะเลทวีความสำคัญมากขึ้น ประเทศสมาชิก IORA ก็ย่อมต้องคำนึงถึงความยั่งยืนด้วย จึงเป็นที่มาของโครงการ “Blue Economy Challenge: Reengineering Aquaculture for Sustainability” ซึ่งริเริ่มโดยออสเตรเลียในฐานะประเทศที่มีบทบาทสำคัญใน IORA ในเรื่อง Blue Economy ด้วยเล็งเห็นว่า ในขณะที่การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกำลังเติบโตและมีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวัน โดยครึ่งหนึ่งของสินค้าประมงที่เราบริโภคกันอยู่ก็มาจากการเพาะเลี้ยง แต่วิธีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในปัจจุบันไม่ได้นำไปสู่การเพาะเลี้ยงได้อย่างยั่งยืน แต่ทำให้สิ่งแวดล้อมเสื่อมโทรม ส่งผลเสียต่อระบบนิเวศ และเกิด การรุกรานของสัตว์น้ำต่างถิ่น นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในประเทศกำลังพัฒนาส่วนใหญ่ยังขาดการเข้าถึงเทคโนโลยีและเงินทุนด้วย
ออสเตรเลียจึงสนับสนุนเงินทุน 2.1 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือประมาณ 54.7 ล้านบาท สำหรับโครงการนี้ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักนวัตกรรม นักออกแบบ และนักวิจัยจากประเทศสมาชิก IORA สามารถส่งข้อเสนอโครงการนวัตกรรมในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำแบบใหม่เข้าประกวดชิงรางวัล โดยโครงการดังกล่าวจะต้องช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาหาร สารอาหาร การดำรงชีพ และการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดย สามารถเลือก 1 จาก 3 หัวข้อ ตามความสนใจและความถนัด ดังนี้
(1) คิดใหม่เพื่ออาหารสัตว์น้ำที่ดีกว่า (Rethinking Feed for Aquaculture) ซึ่งจะเน้นให้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการหาอาหารสัตว์ที่ใช้ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมาทดแทนอาหารสัตว์แบบเดิม เนื่องจากทุกวันนี้ ปลาที่จับได้จากธรรมชาติได้ใช้เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารสัตว์ ซึ่งนับวันราคาปลาดังกล่าวก็สูงขึ้นเรื่อยๆ จากความต้องการของตลาด ในขณะที่ค่าอาหารสัตว์คิดเป็นต้นทุนถึงร้อยละ 40-70 ของการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยผู้เข้าประกวดจะต้องเสนอทางเลือกอาหารสัตว์ที่ยังมีสารอาหารสูงอย่างปลาธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยประหยัดต้นทุนค่าใช้จ่ายและลดภาระที่มีต่อสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ อาทิ การคิดค้นสาหร่าย หรือ แหล่งอาหารสัตว์อื่น ๆ
(2) พัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารทะเลใหม่ ๆ (Developing New Ocean Products) หัวข้อนี้ มาจากเหตุผลที่ว่า ในวงการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทุกวันนี้ สินค้าส่วนใหญ่มีอยู่ไม่กี่รายการ อาทิ กุ้ง และปลาทะเลบางชนิด ซึ่งในบางครั้ง สินค้าที่ได้จากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกลับมีคุณค่าทางอาหารที่น้อยกว่าปลาที่จับได้ตามธรรมชาติ ในขณะเดียวกัน สาหร่ายจากการเพาะเลี้ยงแม้มีคุณค่าทางอาหารสูง แต่ก็ไม่ถูกปากผู้บริโภคหมู่มาก จึงเป็นความท้าทายที่จะให้เสนอโครงการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มีคุณค่าทางอาหาร ช่วยสร้างความมั่นคงด้านอาหาร และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งนวัตกรรมนี้จะต้องก่อให้เกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นที่ยอมรับในผู้บริโภคด้วย ซึ่งในเรื่องนี้ ประเทศไทยเองมีศักยภาพไม่น้อย เพราะนอกจากการเพาะเลี้ยงแล้ว ไทยเองยังมีความสามารถในการแปรรูปสินค้าประมง จนองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (Food and Agriculture Organization: FAO) ได้กล่าวถึงไทยในรายงานฉบับล่าสุดว่า เป็นประเทศที่ศูนย์ความเป็นเลิศด้านแปรรูปสินค้าประมง
(3) สร้างสรรค์พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำให้ยั่งยืน (Sustainable Design for Aquaculture) หัวข้อนี้ เป็นการเฟ้นหาผู้ที่สามารถออกแบบพื้นที่ใหม่ ๆ และวิธีการใหม่ ๆ ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อชายฝั่งทะเล ซึ่งแนวคิดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในเมืองก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง อาทิ การเลี้ยงหอยและปลาหมึกที่เรือท้องแบนที่ใช้ขนส่งสินค้า การเลี้ยงแบบ “Farm in a box” หรือแม้แต่การเพาะเลี้ยงในพื้นที่นอกชายฝั่ง
โดยผู้ได้รับรางวัลจะได้รับทุนเพื่อนำข้อเสนอโครงการดังกล่าวไปทดลองจริงในพื้นที่ในมหาสมุทรอินเดียได้เป็นเวลา 1 ปีเต็ม โดยขั้นตอนของการคัดเลือกภายหลังปิดรับใบสมัครในวันที่ 30 มิถุนายน ศกนี้ คณะกรรมผู้เชี่ยวชาญจะคัดเลือกและจะประกาศผลผู้เข้ารอบ ๒๐ คน ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2559 และให้ผู้ได้รับการคัดเลือก ๒๐ คน ได้นำเสนอนวัตกรรมแก่คณะกรรมการผ่านทาง Skype และจะประกาศผล การตัดสินรางวัลในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคมปีนี้ นวัตกรรมที่ได้รับรางวัลจะถูกนำไปจัดแสดงให้นักลงทุน และกลุ่มผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำได้ชมด้วย ผู้ที่อยู่ในแวดวงนี้และมีไอเดียหรือนวัตกรรม พร้อมด้วยความมุ่งมั่นที่จะช่วยยกระดับการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของโลกใบนี้ให้ยั่งยืน นี่คือโอกาสสำคัญ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและสมัครออนไลน์ได้ที่ http://theblueeconomychallenge.com/
16 มิถุนายน 2559
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ (ThaiBiz)
ออสเตรเลีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
