Fonterra บริษัทยักษ์ใหญ่ของนิวซีแลนด์ ผู้ผลิตสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมและ เป็นผู้ส่งออกผลิตภัณฑ์จากนมรายใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็นนมผง นมสด ครีมสด เนย ภายใต้แบรนด์ Anchor Anlene และ Anmum ตรวจพบสารปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย Clostridium Botulinum ในโปรตีนประเภท Whey Protein Concentrate (WCP 80) ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการอาหารเป็นพิษโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเด็กอายุต่ำกว่า 12 เดือน

เชื้อแบคทีเรียที่ปนเปื้อนมีประมาณ 3 ล๊อต (38 เมตริกตัน) ถูกนำไปใช้ในการผลิตนมผงสำหรับเด็ก น้ำผลไม้ โยเกิร์ต เครื่องดื่มโปรตีนสำหรับการเพาะกาย และผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์มากกว่า 880 เมตริกตันในการจำหน่ายให้กับบริษัทต่างๆ นำไปผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องทั้งในนิวซีแลนด์และต่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศของนิวซีแลนด์เชื่อว่า WCP 80 ได้ถูกส่งไปยังออสเตรเลีย จีน โมแซมบิก ซาอุดีอาระเบีย เวียดนาม ฮ่องกง และไทยเรียบร้อยแล้ว
ขณะนี้ ข้อมูลจากเว็บไซต์ www.mpi.govt.nz ระบุว่า มีสินค้าที่ปนเปื้อนและถูกเรียกคืน ได้แก่ นมผงเด็ก Nutricia Karicare Stage 1 และ Nutricia Karicare Gold Stage 2
จากปัญหาดังกล่าวทำให้หน่วยงานต่างๆ ในนิวซีแลนด์ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐาน (Ministry of Primary Industries) กระทรวงการต่างประเทศและการค้า (Ministry of Foreign Affairs & Trade) และกระทรวงสาธารณสุข (Ministry of Health) ได้ร่วมมือกันทำงานอย่างหนักเพื่อคลี่คลายปัญหา นอกจากนี้ รัฐบาลนิวซีแลนด์ยังได้รีบแจ้งเตือนให้ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศทราบทันทีด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงการบริโภคสินค้าและรับคืนสินค้าที่พบเชื้อแบคทีเรียของ Fonterra
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางนิวซีแลนด์จะได้ประกาศออกมาแล้ว แต่ในความเป็นจริงทาง Fonterra ได้ตรวจพบเชื้อชนิดนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคมแล้ว แต่เพิ่งจะแจ้งให้สาธารณชนทราบเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2556 ที่ผ่านมานี้เอง
จากสาเหตุนี้ ทำให้สาธารณชนเกิดข้อสงสัยว่า เหตุใด Fonterra จึงไม่แจ้งให้ทางกระทรวงอุตสาหกรรมพื้นฐานทราบตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ตรวจพบเชื้อ ทำให้ผู้บริโภคเกิดความไม่เชื่อมั่นต่อ Fonterra ขึ้นมาในทันที
มีข้อสังเกตว่า มีความเป็นไปได้สูงที่จีนจะดำเนินการยื่นฟ้อง Fonterra ในลำดับต่อไปเพื่อเป็นการพลิกสถานการณ์ภาพในแง่ลบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์นมของจีนในสายตาผู้บริโภคชาวจีนที่ทำให้ชาวจีนแห่ไปซื้อผลิตภัณฑ์นมจากต่างประเทศแทนเป็นจำนวนมากหลังจากที่เคยเกิดเหตุการณ์นมปนเปื้อนสารเมลามีนเมื่อปี 2551 และคร่าชีวิตเด็กไปอย่างน้อยถึง 6 คน
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
