พยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล
ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน และประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
บอกว่า การเดินทางเยือนต่างประเทศของนายกฯ ได้ประโยชน์หลายทาง นอกจากจะสร้างสัมพันธ์ระหว่างรัฐต่อรัฐแล้ว ยังทำให้นักธุรกิจต่างชาติรับรู้และเข้าใจประเทศไทยมากขึ้น ทำให้การค้าขายคล่องตัวมากขึ้นด้วย
ปัจจุบันไทยส่งออกสินค้าไปกว่าร้อยประเทศทั่วโลก การไปเยี่ยมเยือนของผู้นำหลายครั้งมีการหยิบยกปัญหาที่คั่งค้างขึ้นเพื่อเร่งแก้ไข ทำให้เกิดความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจและติดต่อซื้อขายระหว่างกัน ผู้ประกอบการหลายคนที่ค้าขายกับต่างประเทศก็ให้ข้อมูลตรงกันในเรื่องนี้ อีกทั้งสามารถสรุปการค้าขายต่างๆ ได้ดีขึ้น เพราะเมื่อได้มาพบปะกันโดยตรงก็ทำให้เห็นของจริง ศักยภาพที่แท้จริง จากที่ไม่สนใจก็จะสนใจกันมากขึ้น
แต่ละประเทศที่นายกฯเดินทางเยือนมีศักยภาพต่างกัน เขาไม่หวังให้เรามาขายของอย่างเดียวแต่ก็อยากขายของให้เราด้วย ยิ่งเมื่อไทยมาชี้ให้เห็นว่าเรามีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ศักยภาพของตลาดก็กว้างขึ้น เท่าที่ได้พูดคุย ยุโรปก็เห็นไทยเป็นศูนย์กลางในการส่งออกไปยังประเทศต่างๆ ที่ยังไม่มีโครงสร้างพื้นฐาน กฎระเบียบ หรือโครงสร้างระบบเศรษฐกิจและกำลังซื้อ ยังต้องพัฒนาไปตามการพัฒนาประเทศ
การเยือนประเทศต่างๆ ของนายกฯ มีความสำคัญและเป็นประโยชน์อย่างมาก ยิ่งไทยเป็นประเทศเล็ก ยิ่งต้องเสริมสร้างภาพลักษณ์ประเทศ ให้ความรับรู้มีมากขึ้น จะทำให้ภาคการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรมอื่นได้ประโยชน์ในระยะยาว สิ่งเหล่านี้อาจวัดไม่ได้ทันที แต่ ไอเอ็มดี (สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือในสวิตเซอร์แลนด์) ก็ยังระบุเช่นกันว่า ไทยต้องสร้างภาพลักษณ์ประเทศให้มากขึ้น
นพ.สุพจน์ สัมฤทธิวณิชชา
ประธานกรรมการบริหารโรงพยาบาลยันฮี
เล่าให้ฟังว่า การเดินทางร่วมคณะนายกฯช่วยเปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น ทำให้กล้าที่จะค้าขายกับต่างประเทศ เพราะการจับคู่ทางธุรกิจก็จะเชิญนักธุรกิจที่เชื่อถือได้ของประเทศที่ไปเยือนให้มาพูดคุยกัน กำแพงของความลังเลที่จะทำธุรกิจก็ถูกขจัดไป ทำให้การจับมือเกิดได้ง่ายขึ้นเพราะรัฐบาลเป็นกาวเชื่อม
สำหรับธุรกิจโรงพยาบาล การบริการขณะนี้ไม่ใช่แค่หาคนไข้อย่างเดียว ต่างชาติก็อยากหาคู่ค้าและหุ้นส่วนที่เชื่อถือได้เพื่อมาลงทุนในไทย และยังมีธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวโยง อาทิ เครื่องมือแพทย์และยาที่อยากหาตัวแทนจำหน่ายและนำเข้า ธุรกิจทั้งหมดนี้ขึ้นกับความน่าเชื่อถือ
นอกจากนี้ยังมีบริษัททัวร์มาติดต่อเพื่อนำคนต่างชาติมาเที่ยวและรักษาตัวในไทยภายใต้แนวคิด medical tourist หรือทัวร์สุขภาพ ที่นำรายได้เข้าประเทศปีละเป็นหมื่นล้านบาท ธุรกิจอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม สายการบิน ภัตตาคาร และของที่ระลึกก็ได้ประโยชน์ไปด้วย
อยากให้รัฐบาลจัดให้คณะนักธุรกิจเดินทางร่วมกับคณะนายกฯอย่างนี้ต่อไป เพราะที่สุดแล้วไม่ใช่แค่ภาคเอกชนได้ ประเทศชาติก็ได้ด้วย การเยือนต่างประเทศของนายกฯเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีมีประโยชน์ต่อประเทศชาติมหาศาล เหมือนเราไปเยี่ยมเพื่อนบ้านเดือนละหลัง อีกหน่อยเขาจะกลายเป็นกำแพงให้เราได้เช่นกัน
สุพัตรา จิราธิวัฒน์
กรรมการสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และรองประธานอาวุโสฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์เครือเซ็นทารา และบริษัทกลุ่มเซ็นทรัลจำกัด
ยืนยันว่า การนำภาคธุรกิจเดินทางมาเยือนต่างประเทศร่วมกับคณะนายกฯเป็นเสมือนทีมไทยแลนด์ ได้ประโยชน์มาก เพราะแสดงถึงการผนึกกำลังที่ดีระหว่างกัน และยังช่วยสร้างความมั่นใจให้กับทั้งสองฝ่าย นักธุรกิจไทยก็เห็นว่าภาครัฐให้การช่วยเหลือเต็มที่ ส่วนประเทศที่ไปเยือนก็เห็นถึงความมั่นคงของภาคธุรกิจไทยเพราะนายกฯเป็นผู้นำคณะมา
ที่สำคัญมากคือการเยือนต่างประเทศของนายกฯคือชื่อเสียงประเทศไทย เพราะการเยือนแต่ละครั้งเป็นข่าวไปทั่วโลก ในทางกลับกันคนก็อยากมาเยือนประเทศไทยด้วย การที่จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางมาไทยเยอะขึ้น ส่วนหนึ่งก็มาจากสิ่งนี้ ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม ภาพลักษณ์เป็นสิ่งที่ขายได้โดยเฉพาะสำหรับธุรกิจโรงแรม เห็นได้เลยว่าแต่ละประเทศที่ไปเยือนจำนวนนักท่องเที่ยวจะมากขึ้น เห็นใจและอยากให้กำลังใจนายกฯว่าอย่าท้อถอย เรามีความมุ่งมั่นในสิ่งที่ทำ และทำแล้วเห็นผล คิดว่าเรามาถูกทางแล้ว
ณรงค์ เลิศกิตติศิริ
ประธานกรรมการบริหาร บ.โทเร อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด
เผยว่า เห็นถึงความตั้งใจนายกฯที่จะผลักดันธุรกิจประเทศไทยไปสู่ต่างประเทศ หลังนายกฯเป็นสะพานเชื่อมให้ ก็ขึ้นกับภาคเอกชนว่าจะนำโจทย์ไปต่อยอดได้แค่ไหน ดังนั้น คนที่จะผลักดันต่อไปคือภาคเอกชนทั้งใหญ่และเล็กที่ต้องกลับไปต้องทำการบ้าน ทั้งธุรกิจใหญ่หรือเอสเอ็มอีก็สามารถช่วยกันได้เพราะเรามาเป็นหนึ่งเดียวในฐานะประเทศไทย การปักธงในต่างประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้ามีผู้นำที่มีวิสัยทัศน์เช่นนี้เชื่อว่าจะส่งผลดีต่ออนาคตของประเทศไทย
เพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด
นายกสมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย
แจกแจงถึงผลประโยชน์ที่ได้รับจากการร่วมคณะกับนายกฯ ว่า ในตลาดยุโรป เอสเอ็มอีลงทุนเดินทางมาดูงานเองลำบากและไม่มีกำลังจะมาดูงานถึงระดับที่กระทรวงการต่างประเทศจัดให้ได้ มีคำถามมากกว่าเอสเอ็มอีเดินทางมาแล้วได้อะไร สิ่งที่เห็นคือเรามีโอกาสได้สำรวจตลาด เห็นมุมมองใหม่ๆ เป็นการช่วยเปิดโลกทัศน์และยังช่วยให้มีการจับคู่ทางธุรกิจและเจอคู่ค้าที่เราจะผลิตสินค้าส่งให้เขาได้
เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก็เพิ่งลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากข้าวร่วมกับญี่ปุ่น โดยนำข้าวที่ปลูกในไทยแปลงเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อจำหน่าย ขณะที่ญี่ปุ่นจะรับทำตลาดให้ ซึ่งจะมีความร่วมมือกันต่อไป
เมตตา ปราบสุธา
รองกรรมการผู้จัดการ บ.แปซิฟิคแปรรูปสัตว์น้ำ
ตอกย้ำชัดๆ ว่า การเดินทางไปกับคณะนายกฯเป็นประโยชน์มาก และเป็นโอกาสดีสำหรับนักธุรกิจและนักลงทุน หลายประเทศเราไม่รู้จักเขาลึกซึ้งโดยเฉพาะประเทศกำลังพัฒนา แต่เมื่อร่วมคณะก็ได้เจอกับทั้งภาครัฐ เอกชน และนักลงทุน ทำให้ขั้นตอนทุกอย่างเร็วขึ้นกว่า 50% และเห็นช่องทางมากขึ้น
เราไม่ได้ไปขายของอย่างเดียว แต่ไปดูเรื่องการลงทุนด้วย ธุรกิจแปรรูปแช่แข็งปัจจุบันใช้วัตถุดิบจากในประเทศแค่ 30% ที่เหลือต้องนำเข้าจากต่างประเทศ การไปประเทศกำลังพัฒนาจึงเป็นการ ช่วยหาวัตถุดิบส่งมายังไทย อาทิ แทนซาเนีย โมซัมบิก หรือปากีสถาน ซึ่งมีผู้ประกอบการ 20-30 ราย ชวนให้ไปลงทุน จริงอยู่ที่การหาคู่ค้าหุ้นส่วนทำธุรกิจอาจต้องใช้เวลาเป็นปี แต่ถ้าไม่ได้ไปก็ไม่เห็นช่องทาง ไม่เห็นตลาดใหม่ๆ
ทั้งหมดนี้ เป็นมุมมองของนักธุรกิจที่ร่วมคณะกับนายกฯเดินทางไปเยือนประเทศต่างๆ ที่ยืนยันว่ามีประโยชน์ต่อประเทศไทยโดยรวมมากมายหลายด้าน
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
