เอทานอลไทย พลังงานทดแทนที่น่าส่งเสริมในตลาดตุรกี
เอทานอลไทย พลังงานทดแทนที่น่าส่งเสริมในตลาดตุรกี
                                สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา
                                ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์  กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ  กระทรวงการต่างประเทศ
                                อีเมล์  [email protected] หรือ [email protected]



            เมื่อเร็วๆ นี้ Economic Policy Research Foundation of Turkey หรือ TEPAV สถาบันวิชาการชั้นนำของตุรกี บริษัท BP  และกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติของตุรกี ได้ร่วมกันจัดงานสัมมนา The 2nd TEPAV-BP Energy Forum ที่กรุงอังการา เพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นกันเกี่ยวกับทิศทางความต้องการและการใช้พลังงานของโลก และนโยบายพลังงานของตุรกี
             “จากการคาดการณ์ของ International Energy Agency โลกจะต้องการพลังงานเพิ่มขึ้นอีก 1 ใน 3 ของการใช้พลังงานในปัจจุบันภายในปี 2035 โดยร้อยละ 60 ของความต้องการดังกล่าวมาจากจีน อินเดีย และตะวันออกกลาง ดังนั้น การพัฒนาพลังงานโลกยังต้องการการลงทุนอีกมหาศาล อย่างน้อยก็ 6 ล้านล้าน ดอลลาร์สหรัฐ และจะต้องมีการกระจายแหล่งพลังงานมากยิ่งขึ้น ซึ่งนั่นจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในภาพรวมของความต้องการและการใช้พลังงาน (paradigm shift)” นาย Metin Kilci ปลัดกระทรวงพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติตุรกีให้ข้อคิดเห็น
            ในส่วนของการใช้พลังงานของตุรกี นาย Paul Appleby ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท BP ให้ข้อมูลว่า การพัฒนาทางเศรษฐกิจของตุรกีทำให้ตลาดพลังงานในตุรกีเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยปัจจุบัน ตุรกีบริโภคพลังงานถึงกว่า 1% ของการบริโภคพลังงานโลก โดยใน 100% ของพลังงานที่ตุรกีใช้ เป็นพลังงานจากน้ำมัน 26.4% จากก๊าซธรรมชาติ 35% จากถ่านหิน 26.3% จากน้ำ 11% และจากพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้ 1.4%
            “การเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดพลังงานตุรกีเป็นทั้งโอกาสและความเสี่ยงของตุรกีเอง และทำให้ตุรกีต้องเร่งพัฒนาพลังงานภายในประเทศ โดยเฉพาะพลังงานทดแทนและพลังงานที่นำกลับมาใช้ใหม่ได้” นาย Applyby ให้ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม
            ในประเด็นนี้ กระทรวงพลังงานของตุรกี ให้ข้อมูลว่า รัฐบาลตุรกีตั้งเป้าหมายในการเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานที่นำกลับมาใช้ได้ใหม่อย่างเป็นรูปธรรม กล่าวคือ 30% ของการใช้พลังงานทั้งหมดภายในปี 2023 โดยมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนจากภาคเอกชนทั้งจากในและต่างประเทศอย่างจริงจัง อาทิ การปรับกฎหมายเกี่ยวกับแหล่งพลังงานใหม่ๆ (เช่น กฎหมายเหมืองแร่และพลังงานไฟฟ้า) การเพิ่มมาตรการจูงใจด้านภาษีในการลงทุน และการแปรรูปรัฐวิสาหกิจด้านพลังงาน รวมถึงการเปิดเสรีโรงงานไฟฟ้าในปี 2014
            ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศมีความเห็นว่า นโยบายของตุรกีที่จะสนับสนุนการลงทุนด้านพลังงานข้างต้น น่าจะเป็นโอกาสสำหรับผู้ประกอบการด้านพลังงานทดแทนของไทย โดยเฉพาะ “เอทานอล” (ethanol) ซึ่งในปัจจุบันไทยเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยมีโรงงานผลิตเอทานอล 11 แห่ง กำลังการผลิตรวม 1.75 ล้านลิตรต่อวัน ซึ่งในจำนวนนี้ ใช้ภายในประเทศ  800,000 ลิตรต่อวัน
            “โดยคำนึงว่า พลังงานทดแทนเป็นหนึ่งในสาขาความร่วมมือในแผนปฏิบัติการร่วมไทย-ตุรกี (Joint Plan of Action) ซึ่งผู้นำทั้งสองประเทศเห็นชอบเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องของไทยและตุรกี ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ควรเร่งประสานความร่วมมือกัน โดยในเบื้องต้น อาจเริ่มจากการศึกษาดูงาน การแลกเปลี่ยนบุคลากร และการทำวิจัยร่วมกัน จากนั้น จึงต่อยอดไปยังการดำเนินธุรกิจร่วมกัน” สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ให้ข้อเสนอแนะ

17 ตุลาคม 2556
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ