พิธีลงนามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับไอร์แลนด์
พิธีลงนามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับไอร์แลนด์

ข่าวสารนิเทศ
พิธีลงนามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับไอร์แลนด์

        กระทรวงการต่างประเทศจะจัดพิธีลงนามอนุสัญญาระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งไอร์แลนด์เพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนและการป้องกันการเลี่ยงรัษฎากรในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเก็บจากเงินได้และผลได้จากทุน (The Convention between the Government of the Kingdom of Thailand and the Government of Ireland for the Avoidance of Double Taxation and the Prevention of Fiscal Evasion with respect to Taxes on Income and Capital Gains) ในวันจันทร์ ที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ เวลา ๙.๐๐ น. โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจะเป็นผู้ลงนามฝ่ายไทยและนาย Declan Kelly เอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศไทย ถิ่นพำนัก ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ เป็นผู้ลงนามฝ่ายไอร์แลนด์การลงนามอนุสัญญาดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ ต่อทั้งสองประเทศในการเพิ่มพูนการการค้า การลงทุนและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างกันอย่างเป็นรูปธรรม โดยจะเป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการดำเนินนโยบายการค้าและการลงทุนเชิงรุกของไทย เพื่อช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุนระหว่างประเทศ โดยจะทำให้นักลงทุนต่างชาติมีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับภาระภาษีที่ชัดเจน และช่วยลดภาระภาษีของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในไทยและนักลงทุนไทยที่ไปลงทุนในต่างประเทศ

          สาระสำคัญของอนุสัญญาฯ กำหนดหลักการสำคัญเพื่อขจัดการเก็บภาษีซ้ำซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากอำนาจในการจัดเก็บภาษีซ้อนของทั้งสองประเทศบนฐานรายได้จำนวนเดียวกัน นอกจากนี้ อนุสัญญาฯ ยังช่วยป้องกันการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีของนักลงทุนระหว่างประเทศทั้งสอง ตลอดจนมีการจัดสรรรายได้ภาษีระหว่างสองประเทศด้วยการกำหนดสิทธิการเก็บภาษีสำหรับเงินได้ประเภทต่างๆ ประเทศไทยและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้มีการเจรจาจัดทาอนุสัญญาฯ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ โดยทั้งสองฝ่ายสามารถสรุปการเจรจาและได้มีการลงนามย่อในช่วงการเจรจารอบที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงดับลิน โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างอนุสัญญาฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และรัฐสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบเนื้อหาและให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้อนุสัญญาฯ ดังกล่าวมีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ไอร์แลนด์มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยพึ่งพาการลงทุนจาu3585 .ต่างชาติ (FDI) และการส่งออกเป็นหลัก ในปี ๒๕๕๕ ไทยและไอร์แลนด์มีมูลค่าการค้าระหว่างกันรวม ๔๗๔ ล้านยูโร ไทยส่งออกมูลค่าประมาณ ๒๖๐ ล้านยูโรและนำเข้ามูลค่าประมาณ ๒๑๔ ล้านยูโร โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า ๔๖ ล้านยูโร แม้ทั้งสองฝ่ายยังมีมูลค่าการลงทุนระหว่างกันไม่มากนัก แต่ในปัจจุบัน มีบริษัทสัญชาติไอริชที่มา

          ลงทุนและขยายการลงทุนในไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุด บริษัท Carbery/ Synergy Flavours ได้เปิดโครงการใหม่ที่จังหวัดสมุทรปราการ นอกจากนี้ บริษัทไทยก็เริ่มขยายกิจการในไอร์แลนด์ อาทิ บริษัท Thai Union Frozen Food และบริษัท Indorama Ventures เป็นต้น ปัจจุบัน รัฐบาลไอร์แลนด์ให้ความสาคัญกับภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งไทย เช่นเดียวกับสมาชิก สหภาพยุโรปอื่น ๆ และมีแผนที่จะเปิดสถานเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศในไทยในอนาคตเช่นเดียวกับที่ไทยมีแผนจะเปิดสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงดับลิน ในอีกประมาณ ๔ ปีข้างหน้า ดังนั้นการลงนามอนุสัญญาฯ จึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนไทยและไอร์แลนด์









กองนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๖

5 พฤศจิกายน 2556
โดย: กองนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ