พิธีลงนามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับไอร์แลนด์

ข่าวสารนิเทศ
พิธีลงนามอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนระหว่างไทยกับไอร์แลนด์
สาระสำคัญของอนุสัญญาฯ กำหนดหลักการสำคัญเพื่อขจัดการเก็บภาษีซ้ำซ้อนในส่วนที่เกี่ยวกับภาษีเงินได้ระหว่างประเทศที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากอำนาจในการจัดเก็บภาษีซ้อนของทั้งสองประเทศบนฐานรายได้จำนวนเดียวกัน นอกจากนี้ อนุสัญญาฯ ยังช่วยป้องกันการหลีกเลี่ยงการเสียภาษีของนักลงทุนระหว่างประเทศทั้งสอง ตลอดจนมีการจัดสรรรายได้ภาษีระหว่างสองประเทศด้วยการกำหนดสิทธิการเก็บภาษีสำหรับเงินได้ประเภทต่างๆ ประเทศไทยและสาธารณรัฐไอร์แลนด์ได้มีการเจรจาจัดทาอนุสัญญาฯ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ โดยทั้งสองฝ่ายสามารถสรุปการเจรจาและได้มีการลงนามย่อในช่วงการเจรจารอบที่ ๒ ระหว่างวันที่ ๑๒-๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่กรุงดับลิน โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบร่างอนุสัญญาฯ ดังกล่าว เมื่อวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๔ และรัฐสภาได้มีมติให้ความเห็นชอบเนื้อหาและให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการให้อนุสัญญาฯ ดังกล่าวมีผลใช้บังคับ เมื่อวันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๕ ไอร์แลนด์มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจโดยพึ่งพาการลงทุนจาu3585 .ต่างชาติ (FDI) และการส่งออกเป็นหลัก ในปี ๒๕๕๕ ไทยและไอร์แลนด์มีมูลค่าการค้าระหว่างกันรวม ๔๗๔ ล้านยูโร ไทยส่งออกมูลค่าประมาณ ๒๖๐ ล้านยูโรและนำเข้ามูลค่าประมาณ ๒๑๔ ล้านยูโร โดยไทยได้เปรียบดุลการค้า ๔๖ ล้านยูโร แม้ทั้งสองฝ่ายยังมีมูลค่าการลงทุนระหว่างกันไม่มากนัก แต่ในปัจจุบัน มีบริษัทสัญชาติไอริชที่มา
ลงทุนและขยายการลงทุนในไทยจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยล่าสุด บริษัท Carbery/ Synergy Flavours ได้เปิดโครงการใหม่ที่จังหวัดสมุทรปราการ นอกจากนี้ บริษัทไทยก็เริ่มขยายกิจการในไอร์แลนด์ อาทิ บริษัท Thai Union Frozen Food และบริษัท Indorama Ventures เป็นต้น ปัจจุบัน รัฐบาลไอร์แลนด์ให้ความสาคัญกับภูมิภาคเอเชีย รวมทั้งไทย เช่นเดียวกับสมาชิก สหภาพยุโรปอื่น ๆ และมีแผนที่จะเปิดสถานเอกอัครราชทูตไอร์แลนด์ประจำประเทศในไทยในอนาคตเช่นเดียวกับที่ไทยมีแผนจะเปิดสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงดับลิน ในอีกประมาณ ๔ ปีข้างหน้า ดังนั้นการลงนามอนุสัญญาฯ จึงเป็นการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งเสริมผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนไทยและไอร์แลนด์
กองนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๖
กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
๒๙ ตุลาคม ๒๕๕๖
5 พฤศจิกายน 2556
โดย:
กองนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
