การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจในเมียนมาร์ ติดตามไม่ทันอาจตกขบวน

เมื่อเร็วๆ นี้ นักการทูตของประเทศสมาชิกอาเซียนในเมียนมาร์ ได้ประชุมร่วมกันเพื่อแลกเปลี่ยนทัศนะในหลายประเด็น โดยเฉพาะพัฒนาการเศรษฐกิจของเมียนมาร์ ซึ่งเปลี่ยนแปลงไปอย่างมากนับจากการปฏิรูปการเมืองการปกครองเมื่อปี 2551

ในภาพรวม ที่ประชุมเห็นว่า รัฐบาลเมียนมาร์ยังคงเดินหน้าปฏิรูปประเทศ และกำลังเร่งจัดทำกฎหมายและกฎระเบียบต่างๆ โดยเฉพาะในด้านโทรคมนาคมและการธนาคาร โดยมีความคืบหน้าที่สำคัญคือ การมีกระบวนการประมูลใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งได้รับการวิจารณ์ในเชิงบวกจากบริษัทให้คำปรึกษาต่างชาติในด้านความโปร่งใส และช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์ของเมียนมาร์ว่า สามารถดำเนินมาตรการปฏิรูปได้ผลจริงในด้านนี้

ในภาคการเงินการธนาคาร นอกจากการผ่านร่างกฎหมาย”ธนาคารกลางเมียนมาร์” แล้ว ยังมีการออกกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ (Securities Exchange Law) เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อเป็นเครื่องมือในการร่นระยะเวลาการจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ของประเทศจากเดิมที่กำหนดไว้ในปี 2558

อย่างไรก็ดี ในเรื่องนี้ ภาคเอกชนต่างประเทศที่เกี่ยวข้อง เช่น Japan Exchange Group Inc. เห็นว่า มีความเป็นไปได้น้อยมากที่เมียนมาร์จะจัดตั้งตลาดหลักทรัพย์ได้ก่อนปี 2558 เนื่องจากยังมีเงื่อนไขอีกหลายประการที่ต้องดำเนินการให้บรรลุผลก่อน โดยเฉพาะการจัดตั้งองค์กรควบคุมตามที่กฎหมาย (Securities Regulator)

ในภาคแรงงาน ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลเมียนมาร์ได้ออกกฎหมายหลายฉบับ โดยเฉพาะ “กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำ” ที่มีผลบังคับใช้แล้ว โดยคณะกรรมาธิการซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการกำหนดอัตราค่าแรงขั้นต่ำของแต่ละสาขาการประกอบการที่ชัดเจน “กฎหมายการจ้างงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน” ซึ่งมีการผ่านร่างไปเมื่อปลายเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แต่ยังไม่มีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ โดยกฎหมายฉบับนี้ จะมีบทบาทสำคัญในการจัดระบบแรงงานในเมียนมาร์ให้มีมาตรฐานและมีสวัสดิการที่ชัดเจนตามที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งนายจ้างทั้งในและต่างประเทศต้องปฏิบัติตาม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทดลองงาน เงินเดือน ชั่วโมงการทำงาน สวัสดิการทางการแพทย์ การทำงานล่วงเวลา และการสมทบเงินของนายจ้างในกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน

นอกจากประเด็นข้างต้นแล้ว ที่ประชุมยังได้หารือกันถึงบทบาทและท่าทีของประเทศมหาอำนาจที่ไปลงทุนในเมียนมาร์ด้วย โดยเฉพาะชาติตะวันตก จีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ โดยเห็นว่า มาตรการหนึ่งที่วิสาหกิจจากประเทศเหล่านี้ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ควบคู่กับการขยายการลงทุนในเมียนมาร์คือ การดำเนินโครงการ CSR (Corporate social responsibility) และ “การลงทุนที่รับผิดชอบต่อผลกระทบของประชาชน” ซึ่งรวมถึงการสื่อสารกับมวลชนมากยิ่งขึ้น (reach out) ทั้งนี้ เพื่อเสริมสร้างให้ประชาชนเมียนมาร์มีทัศนคติที่ดีต่อการลงทุนจากต่างประเทศ

แม้ว่ารัฐบาลเมียนมาร์กำลังดำเนินการผลักดันให้มีการลงทุนจากต่างประเทศมากยิ่งขึ้น แต่ปัจจุบัน เมียนมาร์มีต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่สูงมาก โดยเฉพาะค่าเช่าที่ดินและค่าเช่าที่พัก ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายของที่รัฐบาลเมียนมาร์ที่ต้องรีบแก้ไข” นักการทูตอาเซียนคนหนึ่งกล่าวทิ้งท้าย

5 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงย่างกุ้ง
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ