"จีน-ญี่ปุ่น"รุมจีบ"เมียนมาร์" ธุรกิจท้องถิ่นกังวลถูกแย่งทรัพยากร

ล่าสุด ซินหัว รายงานถึงความสำเร็จของโครงการท่อส่งน้ำมันดิบจากเมียนมาร์ไปยังจีน ที่เริ่มเข้าสู่กระบวนการทดสอบการทำงานแล้ว หลังทั้งสองฝ่ายดำเนินการก่อสร้างโครงการมานาน 5 ปี ซึ่ง นายอู ยาน ตัน (U Nyan Tun) รองประธานาธิบดีเมียนมาร์ และ นายเหลียว หยงหย่วน ผู้จัดการทั่วไป บริษัทCNPC รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของจีน เข้าร่วมพิธีเปิดในนครย่างกุ้ง
ท่อส่งน้ำมันนี้ที่มีความยาว 771 กิโลเมตร จะเชื่อมต่อจีนซึ่งเป็นผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ของโลก กับท่าเรือน้ำลึกในภาคตะวันตกของเมียนมาร์ ฉะนั้น เมียนมาร์ถือเป็นส่วนสำคัญในความพยายามของแดนมังกรที่จะนำเข้าพลังงานที่มีความหลากหลาย และยังช่วยลดการพึ่งพาการขนส่งผ่านช่องแคบมะละกาที่มีโจรสลัดชุกชุมด้วย
โครงการท่อส่งน้ำมันดิบจีน-เมียนมาร์เป็นโครงการร่วมทุนและก่อสร้างโดยบริษัทCNPCของจีนและรัฐวิสาหกิจน้ำมันและก๊าซแห่งเมียนมาร์ (MOGE) ที่เริ่มโครงการในเดือน มิ.ย. 2553 และเสร็จสิ้นลงในปลายเดือน พ.ค. 2557 โดยทาง CNPC ถือหุ้นในสัดส่วนประมาณ 50.9% และ MOGE ถือครองส่วนที่เหลือ
การร่วมทุนระหว่างจีนและเมียนมาร์ด้านพลังงาน ยังรวมถึงท่อส่งก๊าซธรรมชาติอีกเส้นหนึ่งที่มีความยาวมากกว่า 2,500 กิโลเมตร จากภาคตะวันตกของเมียนมาร์ไปยังภาคตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ซึ่งก็เริ่มดำเนินการก่อสร้างเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2556 โดยถูกออกแบบให้สามารถส่งน้ำมันดิบได้ 22 ล้านตันต่อปี จากท่าเรือเกาะเมเด (Made) นอกจากนี้ จีนยังเตรียมสร้างโรงไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ มูลค่าสูงถึง 7.8 พันล้านดอลลาร์ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการท่อก๊าซ โดยได้ลงนามกับรัฐบาลเมียนมาร์เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา
ในขณะที่ญี่ปุ่นพยายามเข้ามามีส่วนร่วมในรูปแบบของการลงทุนในเมียนมาร์เช่นกันโดยศูนย์เศรษฐกิจและการลงทุนญี่ปุ่น-เมียนมาร์(JMEIC)และกรมพัฒนา SMEs ในสังกัดกระทรวงอุตสาหกรรมเมียนมาร์ ได้จัดงานเปิดโอกาสด้านธุรกิจที่นครย่างกุ้งในเดือนที่แล้ว เพื่อให้นักธุรกิจจากทั้งสองประเทศมีโอกาสร่วมเจรจาการค้าระหว่างกันมากขึ้น ภายในงานจะมุ่งเจรจาธุรกิจ 4 สาขา ได้แก่ อุตสาหกรรมการผลิต, เทคโนโลยีสารสนเทศ, โลจิสติกส์ และภาคบริการ ซึ่งได้รับการตอบรับจากบริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นราว 12 บริษัท อาทิ บริษัท มิตซูบิชิ เพนซิล จำกัด, บริษัท นิคคิ ฟรอนจำกัด และบริษัท เอ็นเคอเรจ เทคโนโลยี จำกัด
"เมียนมาร์มีความพร้อมในเรื่องการจัดหาทรัพยากรธรรมชาติ และด้วยความรู้และความเชี่ยวชาญของญี่ปุ่นจะสามารถช่วยพัฒนาและบริหารทรัพยากรเหล่านั้นอย่างคุ้มค่าที่สุดและเอื้อประโยชน์ต่อบริษัทญี่ปุ่นด้วย"โนริยูกิโยเนมุระผู้อำนวยการ JMEIC กล่าวกับเดอะโกลบอลนิวไลท์ออฟเมียนมาร์
นอกจากนี้ กรมพัฒนา SMEs ของเมียนมาร์ยังมุ่งความสำคัญไปที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อพัฒนาทักษะของแรงงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นด้วย
"ผมกำลังมองหากลยุทธ์ในการขยายตลาดใหม่ๆ เพื่อสร้างฐานลูกค้าและร่วมธุรกิจกับคู่ค้าในอาเซียนด้วย" ไดซุเกะ นุมาตะ ผู้แทนจากบริษัทนิคคิ ฟรอนกล่าว
ทั้งนี้ ข้อมูลของกระทรวงอุตสาหกรรมเมียนมาร์แสดงความกังวลว่า ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็กในเมียนมาร์ส่วนใหญ่ยังคงกังวลเรื่องการถูกแย่งทรัพยากรธรรมชาติ เพราะคือเป้าหมายหลักของบริษัทต่างชาติขณะนี้จำนวนของอุตสาหกรรมท้องถิ่นที่ขึ้นทะเบียนกับหน่วยงานรัฐบาลเมียนมาร์เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆมีเพียง 40,000 บริษัท และยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนมีถึง 60,000 บริษัท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจในอนาคตได้
แม้ประเทศไทยยังได้รับการตอบรับที่ดี โดยเฉพาะในแง่คุณภาพสินค้าที่เป็นที่ปลาบปลื้มของเมียนมาร์ แต่หากทุนจากจีนและญี่ปุ่นยังคง"เปิดเกมรุก" อย่างหนักหน่วงเช่นนี้ต่อไป เป็นไปได้ว่าไทยอาจจะสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดเมียนมาร์อย่างรวดเร็ว
11 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล:
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
เมียนมาร์, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
