ธนาคารโลกชี้ ทำธุรกิจในกัมพูชายากขึ้น ผลจากความยุ่งยากในการ “เริ่มต้นธุรกิจ”
ธนาคารโลกชี้ ทำธุรกิจในกัมพูชายากขึ้น ผลจากความยุ่งยากในการ “เริ่มต้นธุรกิจ”

กัมพูชา มีอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจตกลงจากปีก่อน 4 ตำแหน่ง มาอยู่อันดับที่ 137 จากรายงาน “Doing Business – Measuring Business Regulations 2014” ของธนาคารโลก ซึ่งได้รับการเผยแพร่เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2556

ความยุ่งยากในการ "เริ่มต้นธุรกิจ" เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้กัมพูชามีอันดับฯ ที่ลดลง โดยในการจัดอันดับปีนี้ กัมพูชามี "ความยากในการเริ่มต้นธุรกิจ" ในลำดับที่ 184 ลดจากปีที่ผ่านมา 9 ตำแหน่ง

"การกำหนดให้ธุรกิจใหม่ต้องตรวจสอบชื่อธุรกิจกับกรมทรัพย์สินทางปัญญาของกัมพูชาก่อนการจัดตั้งธุรกิจ และการเพิ่มค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนธุรกิจ ตลอดจนค่าธรรมเนียมการรับรองเอกสาร เป็นปัจจัยที่ทำให้การเริ่มต้นธุรกิจยากขึ้นกว่าเดิม" รายงานฯ ระบุ

ในบรรดาประเทศสมาชิกอาเซียน สิงคโปร์ครองอันดับ 1 ของโลกในฐานะประเทศที่ง่ายต่อการทำธุรกิจ (คงที่) มาเลเซีย ที่ 6 (ดีขึ้น 6 อันดับจากรายงานปีที่ผ่านมา) ไทย ที่ 18 (คงที่) บรูไน ที่ 59 (ดีขึ้น 20 อันดับ) เวียดนาม ที่ 99 (คงที่) ฟิลิปปินส์ 108 (ดีขึ้น 30 อันดับ) อินโดนีเซีย ที่ 120 (ดีขึ้น 8 อันดับ) ลาว ที่ 159 (ดีขึ้น 4 อันดับ) เมียนมาร์ ที่ 182 (ดีขึ้น 3 อันดับ)

จากสถิติ ในช่วง ม.ค. – ก.ย. 2556 การจดทะเบียนธุรกิจใหม่ในกัมพูชามีจำนวนลดลง จาก 2,606 เหลือ 2,221 ราย หรือลดลง 14.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยในจำนวนดังกล่าว เป็นการจดทะเบียนของธุรกิจต่างชาติ 1,118 ราย ลดลง 8.8

ในรายงานข่าวเมื่อวันที่ 30 ต.ค. 56 พนมเปญโพสต์ หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นกัมพูชา อ้างคำกล่าวของนาย Hiroshi Suzuki ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสูงสุดและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำสถาบันการวิจัยธุรกิจกัมพูชาว่า เห็นด้วยกับการจัดอันดับของธนาคารโลก โดยยกตัวอย่างค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนธุรกิจว่าเพิ่มจาก 105 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อปีที่ผ่านมา เป็น 400 ดอลลาร์สหรัฐ และค่ารับรองเอกสารของกรมภาษีเพิ่มจาก 49 เป็น 250 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ แม้ว่ากัมพูชาจะยังคงมีค่าธรรมเนียมดังกล่าวในอัตราที่ต่ำกว่าอีกหลายประเทศ

11 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงพนมเปญ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ