กฎหมายท่องเที่ยวใหม่ทำกรุ๊ปทัวร์จีนลดลง ท่องเที่ยวด้วยตัวเองได้อานิสงส์
กฎหมายท่องเที่ยวใหม่ทำกรุ๊ปทัวร์จีนลดลง ท่องเที่ยวด้วยตัวเองได้อานิสงส์
        นักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางมาท่องเที่ยวไทยเป็นกลุ่มกับบริษัททัวร์มีจำนวนลดลงอย่างมาก หลังจากกฎหมายหมายด้านการท่องเที่ยวของจีนฉบับใหม่ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 ตุลาคม ที่ผ่านมา กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาของไทยประเมินว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556 นักท่องเที่ยวจีนที่มาเที่ยวไทยแบบกรุ๊ปทัวร์ จะมีจำนวนลดลงกว่า 5 แสนคน อย่างไรก็ตาม จะมีนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางโดยไม่ผ่านบริษัททัวร์ (FIT) จำนวนเพิ่มขึ้นและเพิ่มอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนมาไทยโดยรวมยังขยายตัวได้
        คาดว่า ทั้งปี 2556 จะมีนักท่องเที่ยวจีนมาไทยประมาณ 4.5-4.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จากรายงานข่าว ทางการจีนออกกฎหมายท่องเที่ยวฉบับใหม่ข้างต้นขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการทำธุรกิจท่องเที่ยวอย่างผิดกฎหมาย หรือ “ทัวร์ศูนย์เหรียญ” ซึ่งบริษัทนำเที่ยวใช้วิธีคิดราคาทัวร์ต่ำ แต่จะบังคับให้ลูกทัวร์ซื้อสินค้าและบริการต่างๆ ในราคาที่แพงแทน เพื่อที่บริษัทนำเที่ยวหรือมัคคุเทศก์จะได้รับค่าตอบแทน (ค่าคอมมิชชั่น) จากร้านค้าและสถานบริการต่างๆ โดยผู้ฝ่าฝืนจะเจอบทลงโทษที่รุนแรงถึงถูกริบใบอนุญาตประกอบการ
        กฎหมายดังกล่าวส่งผลให้ราคาแพกเกจเที่ยวไทยของชาวจีน มีราคาเพิ่มขึ้นถึง 2-3 เท่า หรือไม่ต่ำกว่า 6,000 – 8,000 หยวน (30,000-40,000 บาท) ขึ้นอยู่กับเมืองที่ออกเดินทางและรายการการนำเที่ยว
        ปัจจุบัน ชาวจีนถือเป็นนักท่องเที่ยวที่มีความสำคัญต่อการท่องเที่ยวไทย ทั้งในด้านจำนวนนักท่องเที่ยวและรายได้จากการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวจีนมีสัดส่วนประมาณ 1 ใน 5 ของนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดของไทย
ยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดว่า กฎหมายท่องเที่ยวฉบับใหม่ข้างต้นจะส่งผลกระทบมากน้อยเพียงใดกับธุรกิจท่องเที่ยวของจีน อย่างไรก็ดี คาดว่า ธุรกิจท่องเที่ยวแบบกลุ่ม (กรุ๊ปทัวร์) ของจีนน่าจะชะลอตัวลงจนถึงประมาณ 3 เดือนถึงเทศกาลตรุษจีนปี 2557

        ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวควรติดตามผลการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าว และเพื่อที่จะปรับตัวและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตามข้อบังคับใหม่ๆ ได้ทัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ระยะยาวในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวไทย
13 พฤศจิกายน 2556

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ