กลุ่มทุนต่างชาติรุกอสังหาฯไทย
กลุ่มทุนต่างชาติรุกอสังหาฯไทย
     "คอลลิเออร์ส"เผยเศรษฐกิจไทยแนวโน้มยังโดดเด่น พบ 10 กลุ่มทุนใหม่ต่างชาติ เล็งรุกธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย

     นางสาวณภัทร เธียรชุติมา รองผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาและการลงทุนพัฒนาโครงการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยปี 2557 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง โดยประเมินว่ากลุ่มนักลงทุนต่างชาติยังเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง สะท้อนได้จากการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศในไทยเพิ่มขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่รวมตัวเลขการลงทุนโดยตรงที่ไม่ผ่านสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือ บีโอไอ

     ทั้งนี้ จะเห็นว่าในปี 2555 มีการลงทุนจากนักลงทุนญี่ปุ่นในไทยเพิ่มขึ้น 220% มูลค่า 3.48 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2554 มูลค่า 1.59 แสนล้านบาท

     ข้อมูลบีโอไอระบุว่าในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ (เดือนม.ค.-ก.ย.) ญี่ปุ่นมียอดขอรับการส่งเสริม 48 โครงการ มูลค่า 211,348 ล้านบาท รองลงมา คือ จีน 31 โครงการ มูลค่า 37,705 ล้านบาท และ ฮ่องกง 29 โครงการ มูลค่า 17,189 ล้านบาท ซึ่งญี่ปุ่นยังเป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่สุดของประเทศไทย

     สำหรับอสังหาริมทรัพย์ เป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่กลุ่มนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน และฮ่องกง ให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยประเภทคอนโดมิเนียมและกลุ่มค้าปลีก เช่น ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าชุมชน นอกจากนี้ยังมีกลุ่มอุตสาหกรรมการบริการ กิจการร่วมค้าระหว่างตราสินค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน เป็นต้น

     ล่าสุดมีกลุ่มทุนใหม่ขนาดใหญ่จากต่างชาติ ที่ยังไม่เคยเข้ามาลงทุนในไทยราว 10 ราย จากญี่ปุ่น จีน ฮ่องกง และกลุ่มตะวันออกกลาง ติดต่อมายังบริษัท เพื่อให้เป็นตัวแทนหาพันธมิตรลงทุน โดยสนใจธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในจำนวนนี้คาดมีประมาณ 5 ราย พร้อมเข้ามาลงทุนในไทยปีหน้า แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เช่น ภาวะการเมือง เศรษฐกิจ และเงื่อนไขทางธุรกิจด้วย

     ปัจจัยที่ทำให้นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะญี่ปุ่นสนใจเข้ามาลงทุนธุรกิจอสังหาฯ ไทย เนื่องจากเศรษฐกิจในญี่ปุ่นยังไม่ฟื้นตัว ประกอบกับตลาดอสังหาฯ ญี่ปุ่นค่อนข้างอิ่มตัว

     ที่ผ่านมานักลงทุนญี่ปุ่นใช้ไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรม อาทิ กลุ่มยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ มานานหลายสิบปี การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ยังเป็นปัจจัยบวกในตลาดอาเซียน ทำให้บริษัทลูกของญี่ปุ่นในหลายอุตสาหกรรมต้องย้ายฐานมาไทย ทำให้พื้นที่ในต่างจังหวัดเกิดการพัฒนา เพราะมีการสร้างโรงงานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น ขณะที่ในกรุงเทพฯ นักลงทุนญี่ปุ่น ก็ต้องการที่พักอาศัยในรูปแบบของคอนโดมิเนียม รวมทั้งอาคารสำนักงานมากขึ้น

     นางสาวณุกานต์ สุวัตธิกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการการลงทุนโครงการ บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมากลุ่มบริษัทข้ามชาติจะใช้วิธีการเข้ามาร่วมลงทุนกับนักพัฒนาอสังหาฯ ไทย ขณะนี้มีข้อมูล 9 ราย ที่ได้ร่วมทุนไปแล้ว มูลค่าลงทุนรวมกว่า 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากอสังหาฯ ไทยแข็งแกร่ง แต่มีการแข่งขันสูงเช่นกัน

ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
19 พฤศจิกายน 2556
แหล่งข้อมูล: http://www.bangkokbiznews.com
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ