อุตสาหกรรมการผลิตถ่านหินในแทนซาเนีย
อุตสาหกรรมการผลิตถ่านหินในแทนซาเนีย
        รัฐบาลแทนซาเนียตั้งเป้าผลิตถ่านหินให้ได้ 5.5 ล้านตันต่อปี ภายในปีค.ศ. 2020 เพิ่มจากปัจจุบันที่ผลิตได้ 100,000 ตันต่อปี เพื่อตอบสนองต่อความต้องการใช้ถ่านหินของประเทศที่เป็นตลาดหลักในแอฟริกา เช่น เคนยา และ โซมาเลีย ข้อมูลจากบทความ Tanzania to be major coal supplier in the region ในหนังสือพิมพ์ The East Africa ฉบับประจำวันที่ 16 – 22 พ.ย. 2556
         บทความฯ ให้ข้อมูลว่า จากการสำรวจ แทนซาเนียมีแหล่งถ่านหินปริมาณ 1,000 ล้านตัน โดยขณะนี้ ยังในระหว่างดำเนินการเพื่อการผลิตถ่านหินให้ได้ประมาณ 360,000 ตันต่อปี ด้วยการดำเนินกิจการร่วมหุ้นระหว่างรัฐบาลกับบริษัท Tancoal ซึ่งรัฐบาลแทนซาเนียถือหุ้นอยู่ร้อยละ 30 ของหุ้นทั้งหมด ส่วนอีกร้อยละ 70 ของหุ้นถือครองโดยบรรษัท Intra Energy Corporation (IEC) ซึ่งได้รับการขึ้นบัญชีตลาดหุ้นออสเตรเลียในฐานะบริษัทที่มีการจัดสรรทุนในตลาดประมาณ 60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
         บริษัท Tancoal เป็นบริษัทเหมืองผลิตถ่านหินที่จัดส่งถ่านหินให้กับตลาดอุตสาหกรรมที่เกี่ยวกับเหล็กกล้า ซีเมนต์ ยิปซั่ม และสารเคมีในภูมิภาคและในประเทศจากฐานแหล่งผลิต (resource base) มูลค่า 423 ล้านตันที่เหมือง Mbalawala ในเขต Ngaka ทางตอนใต้ของแทนซาเนีย
         ผู้บริหารบริษัท Tancoal กล่าวว่า นับตั้งแต่เริ่มการดำเนินกิจการเมื่อสองปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้กลายเป็นผู้จัดส่งถ่านหินรายใหญ่ (major supplier) ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกแทนที่แอฟริกาใต้ อันเป็นผลให้ ปัจจุบัน แทนซาเนีย ส่งออกถ่านหินประมาณร้อยละ 30 ของปริมาณการผลิตในแต่ละปี โดยมีตลาดส่งออกหลักคือไปยังยูกันดา เคนยา และมาลาวี ขณะที่มีแผนการจะขยายการส่งออกไปยังแซมเบีย
         การที่อุตสาหกรรมต่างๆ ในภูมิภาคยังคงพึ่งพาการใช้น้ำมันทำให้มีค่าใช้จ่ายสูง หรือใช้ไม้ในการประกอบอุตสาหกรรม ซึ่งทำลายสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ส่งผลให้ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานที่มีศักยภาพที่จะขยายตัวได้อีกมาก บทความฯ กล่าวทิ้งท้าย


สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
[email protected] หรือ [email protected]







4 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ