
บรูไนฯ มีความง่ายในการประกอบธุรกิจ เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน จากรายงาน Doing Business Report 2014 :Understanding Regulations from SMEs ของธนาคารโลก
ในระดับโลก บรูไนฯ อยู่ในอันดับที่ 59 จาก 189 ประเทศที่ได้รับการจัดอันดับ การที่อันดับความยากง่ายในการดำเนินธุรกิจของบรูไนฯ ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ส่วนหนึ่งมาจากการประกาศ “วิสัยทัศน์บรูไนฯ 2035 (Wawasan 2035)” ซึ่งเป็นแผนพัฒนาเศรษฐกิจระยะยาวที่มุ่งให้บรูไนฯ มีระบบเศรษฐกิจที่หลากหลายและยั่งยืน
แผนดังกล่าวมีผลให้รัฐบาลบรูไนฯ ต้องพยายามกระตุ้นการลงทุนในภาคธุรกิจอื่นนอกเหนือจากภาคพลัง เพื่อสร้างความหลากหลายทางเศรษฐกิจ
บรูไนฯ มองว่าอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจเป็นปัจจัยสำคัญประการหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นบรรยากาศการลงทุน จึงให้ความสำคัญกับการจัดอันดับเป็นอย่างมาก โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการเตรียมการเกี่ยวกับการจัดอันดับฯ เพื่อเป็นหน่วยงานหลักในการพัฒนาดัชนีต่างๆ ให้เป็นไปตามตัวชี้วัด ตามแนวทางของธนาคารโลก
คณะกรรมการฯ มีหน้าที่กำกับดูแลภาพรวม กระบวนการ และระเบียบต่างๆ รวมถึงการจัดตั้งสำนักงานข้อมูลเครดิตสาธารณะ (Public Credit Bureau) ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารกลางบรูไนฯ (Autoriti Monetari Brunei Darussalam: AMBD) เพื่อปรับปรุงกระบวนการรวบรวมข้อมูลเครดิตภายในประเทศให้เป็นระบบมากยิ่งขึ้น
การจัดอันดับ รายงานฯ ใช้ดัชนีต่างๆ อาทิ
- ขั้นตอนการให้ใบอนุญาตก่อสร้าง (Dealing with Construction Permits Indicator) ซึ่งบรูไนฯ อยู่ในอันดับที่ 46 (ดีขึ้น 1 อันดับ จากรายงานปี ค.ศ. 2013)
- การบริหารจัดการด้านภาษี (Paying Taxes Indicator) บรูไนฯ อยู่ในอันดับที่ 20 (ดีขึ้น 2 อันดับ)
- การเริ่มต้นธุรกิจ (Starting a Business Indicator) บรูไนฯ อยู่ในอันดับที่ 136 (ลดลง 1 อันดับ)
- การจดทะเบียนอสังหาริมทรัพย์ (Registering Property Indicator) บรูไนฯ ติดอันดับที่ 116 (ลดลง 1 อันดับ)
- การให้ความคุ้มครองแก่นักลงทุน (Protecting Investors Indicator) บรูไนฯ อยู่ในอันดับที่ 115 (ลดลง 2 อันดับ)
- การค้าข้ามพรมแดน (Trading Across Borders Indicator) บรูไนฯ อยู่ในอันดับที่ 39 (ลดลง 3 อันดับ)
รัฐมนตรีกระทรวงอุตสหกรรมและทรัพยากรพื้นฐานของบรูไนฯ (MIPR) ในฐานะคณะกรรมการเตรียมการเกี่ยวกับการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบธุรกิจ ให้ความเห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรให้ความสำคัญกับการปฎิรูปโครงสร้าง แนวปฎิบัติ และกฎระเบียบต่างๆอย่างครอบคลุมและรอบด้าน รักษาระดับการเติบโตและความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจและปรับปรุงการดำเนินงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเร่งสร้างความตระหนักเกี่ยวกับการปฏิรูปในหมู่ภาคประชาชนซึ่งเป็นผู้รับประโยชน์โดยตรง
การจัดอันดับครั้งนี้ ประเทศที่อยู่ 10 อันดับแรกได้แก่ สิงคโปร์ ฮ่องกง นิวซีแลนด์ สหรัฐอเมริกา เดนมาร์ก มาเลเซีย เกาหลี จอร์เจีย นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร โดยในอาเซียน บรูไนฯ มีอันดับตามหลังสิงคโปร์ (อันดับที่ 1) มาเลเซีย (อันดับที่ 6) และไทย (อันดับที่ 18)
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
