รายงาน กต. นำคณะนักธุรกิจลุยตลาดรัสเซีย อุปสรรค
ระหว่างอยู่ในรัสเซีย คณะนักธุรกิจและผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศยังได้เข้าร่วมงานวันชาติที่สถาน เอกราชทูตไทยในรัสเซียจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราช สมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีคณะทูตานุทูตและผู้แทนระดับสูงจากรัสเซียเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก นอกจากเวทีการหารือระหว่างสภาธุรกิจไทย-รัสเซียและสภาธุรกิจรัสเซีย-ไทยแล้ว คณะนักธุรกิจไทยที่เดินทางเยือนรัสเซียยังได้ฟังบรรยายสรุปเกี่ยวกับข้อมูล พื้นฐานที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงของรัสเซีย ประกอบด้วยกระทรวงพัฒนาการเศรษฐกิจและกระทรวงอุตสาหกรรมและการค้า เพื่อรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนและสิทธิพิเศษต่างๆ ที่รัสเซียเสนอให้กับนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงตอบข้อซักถามต่างๆที่สงสัย
ปัจจุบันรัสเซียมีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษรวม 28 แห่งกระจายไปทั่วประเทศ เขตท่าเรือ 3 แห่ง เขตเทคโนโลยีและนวัตกรรม 5 แห่ง และเขตอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและสันทนาการ 14 แห่ง โดยมีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มศักยภาพให้พื้นที่เหล่านี้ถึง กว่า 6 หมื่นล้านรูเบิล หรือเกือบ 6 หมื่นล้านบาทไทย นับตั้งแต่ปี 2549 จำนวนประชากรที่เข้าไปอาศัยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษของรัสเซียเพิ่มขึ้น เรื่อยๆ
นอกจากนี้รัสเซียยังร่วมมือกับเลารุสและคาซักสถาน จัดตั้งคณะกรรมาธิการความร่วมมือทางเศรษฐกิจยูเรเซีย (อีอีซี) ขึ้น โดยเป้าหมายในการรวมตัวคล้ายกับสหภาพยุโยป (อียู) แต่เน้นเฉพาะความร่วมมือด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก คือไม่เพียงแต่จัดทำเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างกัน จัดทำสภาพศุลกากรจัดตั้งเขตเศรษฐกิจเดียว โดยเป้เหมายสูงสุด คือ การจัดตั้งสหภาพเสรษฐกิจยูเรเซียภายในวันที่ 1 มกราคม 2558
ขณะนี้ประเทศในอีอีซีมูลค่าการค้ากับอียูถึง 52% ตามด้วยเอเปค 25 % กลุ่มซีไอเอสหรือประเทศที่แยกตัวออกจากอดีตสหภาพโซเวียต ซึ่งนอกจากรัสเซียแล้วยังมีเบลารุส คีร์กีซสถาน ทาจิกิสถาน มอลโดวา ยูเครน จอร์เจีย อุซเบกิสถาน คาซักสถาน เติร์กเมนิสถาน อาร์เมเนีย และอาเซอร์ไบจาน 8 % และตลาดอื่นๆ 15%
ความหวังที่จะขยายการค้ากับรัสเซีย เพื่อเปิดช่องทางต่อไปยังประเทศอื่นๆ จึงไม่ใช่งานง่ายอย่างที่คาดไว้แต่แรก แผนดังกล่าวจึงถูกพับไป โดยขณะนี้อีอีซีมีการเจรจาเอฟทีเอกับเวียดนาม นิวซีแลนด์ และเอฟตาหรือสมาคมการค้าเสรียุโรปหนำซ้ำระหว่างอยู่ในรัสเซียยังทราบข่าวว่า มีการประกาศยุบสภาอีก แผนที่จะสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและนโยบายทางเศรษฐกิจของรัสเซียเพื่อ ดึงดูดการลงทุนเชิงรุกทั้งในอุตสาหกรรมและตลาดทุนไทย รวมถึงการเข้าไปมีส่วนร่วมกับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาล เพื่อการสร้างความเชื่อมโยงในภูมิภาคจึงกลายเป็นหมัน อย่าว่าแต่จะหาเหตุผลอะไรมาเรียกความเชื่อมั่น เพื่อดึงดูดเงินทุนมหาศาลจากรัสเซียเลย กระทั่งคนไทยด้วยกันเองยังตอบตัวเองไม่ได้ว่า อนาคตประเทศไทยจะเดินไปในทิศทางใดเสียด้วยซ้ำ
ความน่าสนใจของตลาดรัสเซียอยู่ที่เป็นตลาดใหญ่ มีจำนวนประชากรมาก ดูไปก็มีความคล้ายคลึงกับจีน มีจำนวนประชากรมาก ดูไปก็มีความคล้ายคลึงกับจีน แต่ที่มากกว่าคือ ตลาดจีนที่ว่าใหญ่แล้วยังมีขนาดเล็กกว่าตลาดรัสเซียถึง 2 เท่า และหากนับรวมประเทศที่แยกตัวออกจากสหภาพโซเวียตในอดีตเข้าไปด้วยกันแล้ว ตลาดทั้งหมดจะมีขนาดใหญ่กว่าจีนถึง 3 เท่า
ขณะที่คนรัสเซียนิยมจับจ่ายใช้สอยมากกว่า เพราะระบบธนาคารไม่เอื้อให้คนนำเงินไปฝาก บางครั้งธนาคารบางแห่งอาจยกเลิกให้บริการบางอย่างหรือถูกปิดแบบคนฝากเงินไม่ รู้ทันรู้ตัวแม้แต่จะทำธุรกรรมกับเงินฝากของตัวแม้แต่จะทำธุรกรรมกับเงินฝาก ของตัวเองหากมีมูลค่าเกินกว่า 3 ล้านรูเบิล ธนาคารยังเก็บค่าธรรมเนียมจากเงินของลูกค้าราว 10% ต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยให้คนรัสเซียพร้อมจะจับจ่ายใช้เงินมากกว่าเก็บออม ชนิดที่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการเข้าปลงหลักปักฐานในรัสเซีย ถึงกับออกปากว่าสำหรับตลาดรัสเซีย ราคาของสินค้าที่จะขายจะตั้งสูงเท่าไหร่ก็ได้ และแน่นนอนว่าหากตั้งหลักหาที่ยืนขึ้นได้แล้ว รับรองว่า ผลตอบแทนที่ได้กลับคืนมาจะเป็นที่น่าพอใจแน่นอน
ปัจจุบันมีบริษัทต่างชาติเข้าไปลงทุนในรัสเซียค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ซึ่งรัสเซียส่งเสริม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ซึ่งรัสเซียส่งเสริม และมีเมืองคาลูก้าซึ่งเป็นเสมือนดีทรอยท์ของรัสเซีย ด้วยความที่มีตลาดใหญ่และยังคงมีการเติบโตต่อเนื่อง ทำให้คาดการณ์ว่าภายในปี 2559 รัสเซียจะแปรสภาพเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป จึงน่าจะเป็นโอกาสอันดีสำหรับธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์รวมถึงยางพาราจากไทยหาก สามารถหาโอกาสเข้ามาร่วมทุนหรือทำตลาดในรัสเซียได้
อย่างไรก็ดี แม้ข้อดีคือโอกาสทำกำไรสูงและการแข่งขันยังต่ำ แต่การจะเข้ามายังตลาดรัสเซียก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นนั้น อุปสรรคหลักๆ ในการเข้ามายังตลาดรัสเซียก็มีให้ไล่เรียงอยู่มาก ตั้งแต่อุปสรรคด้านภาษาที่คนพูดภาษาอังกฤษได้มีอยู่ไม่มากนัก และอาจถูกมองว่ายังยึดโยงกับธุรกิจนอกระบบซึ่งนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ ในรัสเซียในปัจจุบันยืนยันว่าขณะนี้ไม่น่าจะมี แต่เรื่องการรู้จักผู้คนที่ถูกต้องจะช่วยให้การทำธุรกิจในรัสเซียง่ายขึ้น หรือการหาคู่ค้าที่ดีดูเหมือนจะเป็นสูตรสำเร็จของการทำธุรกิจในทุกประเทศ ทั่วโลก รวมถึงธรรมชาติของธุรกิจในรัสเซียไม่นิยมมองอะไรระยะยาว เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึงความเฟื่องฟูของรัสเซียขึ้นราคาของน้ำมันและ ก๊าซธรรมชาติเป็นหลัก
ระหว่างการเดินทางมารัสเซีย กระทรวงการต่างประเทศยังได้จัดให้คณะซึ่งมีนายประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย ร่วมคณะมาด้วยได้พูดคุยและรับฟังการบรรยายสรุปจากการรถไฟรัสเซีย เกี่ยวกับการให้บริการรถไฟความเร็วสูงของรัสเซีย หรือที่เรียกเป็นภาษารัสเซียว่า รถไฟสายซับซาน และยังได้ทดลองนั่งรถไฟสายดังกล่าวจากกรุงมอสโกไปยังนครเซนปีเตอร์สเบิร์ก ระยะทางเกือบ 650 กิโลเมตร ซึ่งใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง 40 นาที ขณะที่รถไฟปกติจะใช้เวลาอย่างต่ำ 7-10 ชั่วโมง ขึ้นกับจำนวนสถานีที่แวะจอด ที่น่าสนใจคือ รถไฟความเร็วสูงของรัสเซียวิ่งบนรางเดียวกับรถไฟปกติ เพียงแต่แบ่งเวลาทำการกัน คือ รถไฟปกติวิ่งในช่วงเช้า ส่วนรถไฟความเร็วสูงจะวิ่งในช่วงค่ำ นับตั้งแต่เปิดบริการมา 4 ปี มีผู้ใช้บริการรถไฟซับซานสายมอสโก-เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก แล้วกว่า 10 ล้านคน ความเร็วสูงสุดของรถไฟซับซานคือ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่วิ่งจริงที่ร้อยปลายๆ มีเกิน 200 ไปบ้างก็ไม่บ่อยนัก รถไฟดังกล่าวเป็นของบริษัทซีเมนส์ซึ่งรับผิดชอบงานซ่อมบำรุงระยะยาวมาพร้อม กันด้วย
หลังลองนั่งรถไฟซับซานแล้ว ต้องบอกว่าสะดวกกว่านั่งเครื่องบินมาก เพราะสถานีรถไฟทั้งที่มอสโกและเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กตั้งอยู่ใจกลางเมือง ขณะที่การดยสารเครื่องบินแม้จะกินเวลาน้อยกว่า แต่เมื่อรวมกับที่ต้องฝ่าการจราจรที่ติดอย่างสาหัสในกรุงมอสโก เพื่อไปขึ้นเครื่องและกลับเข้าเมืองแล้วรถไฟจึงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่า แม้ที่นั่งในตู้โดยสารอาจทำให้รู้สึกไม่ค่อยสบายนักเมื่อเทียบกับรถไฟความ เร็วสูงของจีน ที่เคยทดลองนั่งมาเมื่อไม่กี่เดือนก่อนหน้านี้ก็ตามที
วรรัตน์ ตานิกูจิ
18 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
โดย:
หนังสือพิมพ์มติชน วันจันทร์ 16 ธันวาคม 2556 ปีที่ 36 ฉบับที่ 13063
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
