ออสเตรเลียแบกหนี้หลังเศรษฐกิจชะลอ

รัฐบาลใหม่ออสเตรเลีย ซึ่งเพิ่งเข้าบริหารประเทศเพียง 3 เดือน ละทิ้งความคิดที่จะกลับไปได้เปรียบดุลงบประมาณ แถมยังคาดว่าจะขาดดุลในช่วง 10 ปีหน้า อันสะท้อนถึงช่วงเวลาที่ไม่สดใสสำหรับประเทศแห่งนี้ที่อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ
ฐานะการคลังของรัฐบาลย่ำแย่ลงในช่วงที่เศรษฐกิจเติบโตได้ไม่เต็มที่ ประกอบกับความเฟื่องฟูในภาคเหมืองแร่ซบเซาลง ทำให้นายโจ ฮอคกี รัฐมนตรีคลัง เตือนว่าออสเตรเลียต้องไต่หุบเขาการเงินและเศรษฐกิจที่มีความท้าทายยิ่ง พร้อมระบุว่าการประหยัดงบใช้จ่ายจะไม่สามารถช่วยให้งบประมาณกลับไปเกินดุลได้อย่างยั่งยืน แต่ต้องอาศัยการยกเครื่องทางโครงสร้างพื้นฐานใช้จ่ายระยะยาว
รัฐบาลคาดว่าตัวเลขขาดุดลจะอยู่ที่ 47,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย สำหรับปีที่สิ้นสุดเดือนมิ.ย. 2557 ซึ่งเป็นการขาดดุลมากเป็นอันดับ 3
ตัวเลขขาดดุลจะลดลงเล็กน้อยเหลือ 33,890 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปีงบประมาณสิ้นสุดปี 2558 จากนั้นจะขาดดุล 24,000 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลียในปี 2559 และจะยังขาดดุล 17,700 ล้านดอลลาร์ในปี 2560
นักเศรษฐศาสตร์แห่งอาร์บีซี แคปิตอล มาร์เกต ชี้ว่าตัวเลขขาดดุลสะท้อนถึงการท้าทายในการจัดทำงบประมาณ โดยการลดการใช้จ่ายลงอย่างมากหรือการขึ้นภาษีแบบฮวบฮาบ เป็นทางเลือกที่ถูกจำกัดจากสภาพเศรษฐกิจที่ซบเซา ซึ่งขยายตัว 2.3% ในปีที่สิ้นสุดเดือนก.ย.
นายฮอคกีคาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าและปี 2558 จะเติบโต 2.5% อันแตกต่างไปจากปกติที่ขยายตัวได้ 3.25-3.5% สำหรับออสเตรเลียซึ่งไม่เคยเผชิญภาวะถดถอยเลยตลอด 22 ปีที่ผ่านมา
ธนาคารกลางออสเตรเลียทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อส่งเสริมการเติบโต ด้วยการลดดอกเบี้ยลงต่ำเป็นประวัติการณ์ 2.5% แต่ดูเหมือนลังเลที่จะลดดอกเบี้ยลงอีก เพราะวิตกว่าจะเป็นชนวนให้เกิดฟองสบู่ราคาที่อยู่อาศัย
นักเศรษฐศาสตร์คาดว่าฐานะการคลังภาครัฐจะเสื่อมถอยลงมาก แต่ปฏิกิริยาของตลาดไม่รุนแรงมากนัก ส่วนหนึ่งเพราะสถานภาพหนี้ของออสเตรเลียไม่สูงนักเมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้วชาติอื่น
แม้คาดว่าตัวเลขหนี้จะพุ่งสูงกว่า 400,000 ล้านดอลลาร์ แต่ก็ไม่ถึง 30% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของออสเตรเลียที่มีมูลค่าถึง 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ ขณะที่ในสหรัฐและยูโรโซนนั้น หนี้สินภาครัฐมีสัดส่วนมากกว่า 100% ของจีดีพี
นอกจากนั้น การงัดข้อเพื่อเพิ่มเพดานหนี้ ยังไม่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นในออสเตรเลีย เพราะรัฐบาลและพรรคกรีนยกเลิกเพดานหนี้ไปแล้ว
อีกทั้งแม้งบประมาณของออสเตรเลียอยู่ในสภาพขาดดุลมาหลายเดือนแล้ว แต่นักลงทุนต่างประเทศก็ไม่ได้แสดงสัญญาณว่าตื่นตกใจ เห็นได้จากการที่ต่างชาติเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล 15,000 ล้านดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนที่สิ้นสุดเดือนก.ย. อันนับเป็นการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาลที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดตั้งแต่ต้นปีที่แล้ว
นอกจากนั้น แม้ต้นทุนกู้ยืมเพิ่มขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แต่ส่วนใหญ่สืบเนื่องมาจากผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่เพิ่มขึ้น เพราะตัวเลขที่ 4.31% นั้นทำให้ผลตอนแทนพันธบัตรระยะ 10 ปีของออสเตรเลีย อยู่ในระดับต่ำมาก
อีกทั้งออสเตรเลียยังเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ยังมีอันดับความน่าเชื่อถือ AAA ทำให้ตราสารหนี้เป็นที่ดึงดูดสำหรับธนาคารกลางต่างชาติและกองทุนเพื่อความมั่งคั่ง
ขอบคุณรูปภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
20 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล:
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ออสเตรเลีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
