บีโอไอระดมกึ๋นดึงต่างชาติลงทุน

"ในปี 57 สถานการณ์เศรษฐกิจโลก มีแนวโน้มที่ดีขึ้น บีโอไอยังวางตำแหน่งประเทศเป้าหมาย เหมือนเดิม คือ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และยุโรป เป็นประเทศเป้าหมายสำคัญในการดึงดูดการลงทุน ควบคู่กับการชักจูงลงทุนจากพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง เช่น เกาหลีใต้ ไต้หวัน ออสเตรเลีย โดยจะใช้กิจกรรมหลัก เช่น การพบนักลงทุนเป้าหมายเป็นรายบริษัท การจัดสัมมนาชักจูงการลงทุนเป็นรายสาขาอุตสาหกรรม และการสร้างเครือข่ายการลงทุนเป็นกิจกรรมดึงดูดการลงทุนเช่นเดิม และเพิ่มการให้ความสำคัญกับ กลุ่มประเทศใหม่ๆ เช่น จีน และ อินเดีย นอกจากนี้ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 58 ยังเป็นจุดขายสำคัญสำหรับไทยในการชักชวนให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ซึ่งถือว่าไทยยังได้เปรียบประเทศในภูมิภาคอื่นๆ”
สำหรับภารกิจหลักของสำนักงานต่างประเทศในปีหน้า ได้แก่ การสร้างความเชื่อมั่นให้กับ นักลงทุนต่างชาติว่าสถานการณ์ทางการเมืองไม่ได้ส่งผลกระทบต่อนโยบายส่งเสริมการลงทุน ประเทศไทยยังคงต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศไม่เปลี่ยนแปลง และการเผยแพร่ข้อมูลนโยบายใหม่ให้นักลงทุนต่างชาติทราบ อาทิ นโยบายเรื่องอีโคคาร์ เฟส 2 และยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ที่คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในปี 58 รวมทั้งให้สำนักงานบีโอไอในต่างประเทศสนับสนุนให้เกิดการลงทุนของนักลงทุนไทยในต่างประเทศ
ส่วนการลงทุนทางตรงจากต่างประเทศในช่วง 11 เดือน (ม.ค.-พ.ย. 56) มีโครงการลงทุนจากต่างประเทศยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนมีจำนวน 1,015 โครงการ รวมมูลค่าเงินลงทุน 386,671ล้านบาท ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 22% โดยประเทศที่ลงทุนหลัก 5 อันดับแรกที่ยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุน ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน มาเลเซีย ฮ่องกง และสิงคโปร์ ส่วนใหญ่เป็นบริษัทต่างชาติที่ลงทุนผ่านสิงคโปร์ เช่น ญี่ปุ่น
ทั้งนี้ บีโอไอมีสำนักงานเศรษฐกิจการลงทุนในต่างประเทศรวม 14 แห่งทั่วโลก ครอบคลุม 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภูมิภาคเอเชีย 8 แห่ง ที่กรุงโตเกียว และนครโอซากา ประเทศญี่ปุ่น นครเซี่ยงไฮ้ กรุงปักกิ่ง นครกวางโจว ประเทศจีน กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ นครไทเป ประเทศไต้หวัน และเมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย
ขอบคุณรูปภาพจาก : เดลินิวส์ออนไลน์
23 ธันวาคม 2556
แหล่งข้อมูล:
เดลินิวส์ออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
