รายงานเศรษฐกิจซาอุดีอาระเบีย
1. ภาพรวมเศรษฐกิจซาอุดีฯ ปี 2556
        นาย Ibrahim Al-Assaf  รมต.คลังของซาอุดีฯ แถลงว่า GDP ปี 2556 ของซาอุดีฯ (ระดับราคาปัจจุบัน) มีมูลค่า 7.453 แสนล้านเหรียญฯ ซึ่งสูงกว่าของปี 2555 เพียง 1.56% โดย ศก.ภาคปิโตรเลียม หดตัวลง 3.83% ในขณะที่ภาค non-oil ขยายตัวถึง 6.99% ภาค รบ.ขยายตัว 1.56% ภาคเอกชนขยายตัว 9.38% ทั้งนี้ GDP ปี 2556 (มูลค่าที่แท้จริง) เติบโต 3.8% (ลดลงจาก 5.8% ในปี 2555) โดยภาคปิโตรเลียมลดลง 0.6% ภาค non-oil ขยายตัว 4.72% ภาครัฐบาลขยายตัว 3.73% ภาคเอกชนขยายตัว 5.5% และมีสัดส่วนสูงถึง 58.75% ของ GDP นอกจากนั้น อุตสาหกรรมในภาคอื่นๆ ล้วนเติบโตในระดับที่สูง อาทิ การก่อสร้าง (8.1%) คมนาคม (7.2%) ค้าปลีก-ค้าส่ง-ภัตตาคาร-โรงแรม (6.16%) ประกันภัย-การเงิน-อสังหาริมทรัพย์ (4.86%) ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นจากปี 2555 ราว 3.35%
        นักเศรษฐศาสตร์ซาอุดีฯ ชี้ว่า ศก.ของซาอุดีฯ ปี 2556 มีสภาวะที่ “healthy” โดย real GDP เติบโตราว 3.8% การส่งออกน้ำมันดิบมีมูลค่า 1.289 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดของซาอุดีฯ มีสัดส่วนสูงถึง 17.4% ของ GDP ในขณะที่ภาค non-oil เติบโต 5.5% จากปี 2555 โดยรายได้ที่แท้จริงของรัฐมีมูลค่า 3.016 แสนล้านเหรียญฯ รายจ่ายที่แท้จริงของรัฐมีมูลค่า 2.466 แสนล้านเหรียญฯ ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ และงบประมาณของ รบ.เกินดุลประมาณ 5.493 หมื่นล้านเหรียญฯ ทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศของซาอุดีฯ ณ ต.ค. 2556 มีมูลค่าสูงถึง 1.898 แสนล้านเหรียญฯ
        ในปี 2556 การส่งออกของซาอุดีฯ มีมูลค่า 3.67 แสนล้านเหรียญฯ ลดลง 5.5% จากปี 2555 โดยสินค้า non-oil  (สัดส่วน 14.2% ของการส่งออกทั้งหมด) มีมูลค่า 5.215 หมื่นล้านเหรียญฯ (เพิ่มขึ้น 3.9% จากปี 2555) ในขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 1.53 แสนล้านเหรียญฯ เพิ่มขึ้นราว 8% จากปี 2555 เป็นผลให้ซาอุดีฯ ได้ดุลการค้าต่างประเทศทั้งสิ้น 2.13 แสนล้านเหรียญฯ ซึ่งลดลงจากปี 2555 ถึง 21.2% ทั้งนี้ หนี้สาธารณะของซาอุดีฯ ณ สิ้นปี 2556 มีมูลค่าเพียง 2 หมื่นล้านเหรียญฯ หรือเพียง 2.7% ของ GDP เมื่อเทียบกับเมื่อสิ้นปี 2555 ซึ่งหนี้สาธารณะมีมูลค่า 2.634 หมื่นล้านเหรียญฯ             
2. สถานะความเข้มแข็งของเศรษฐกิจซาอุดีฯ
        ล่าสุดโดย Standard & Poor’s ระบุว่าซาอุดีฯ มีสถานะทาง ศก. ณ ระดับ  –AA  เลื่อนจากโซนเสถียร (stable) ขึ้นมาเป็นโซนบวก (positive) และว่าซาอุดีฯ กระจายฐานการผลิตไปสู่ภาค ศก.อื่นๆ นอกภาคปิโตรเลียมได้ดีซึ่งเอื้อต่อการเติบโตทาง ศก.และรายได้ประชาชาติอย่างแท้จริง สอท. ขอเรียนด้วยว่า ทั้ง Moody’s, Fitch, World Bank และ IMF ต่างก็ได้มีรายงานว่า ซาอุดีฯ เป็นสมาชิก G20 ที่ประสบความสำเร็จสูงที่สุดในการพัฒนาเศรษฐกิจ (the best performer among G20) และสามารถฟันฝ่าผ่านวิกฤตการเงิน-การคลังของโลกมาอย่างสง่างาม (หนังสือ สอท. ที่ 45001/774 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2556)
        National Commercial Bank (NCB) ซึ่งเป็นธนาคารพาณิชย์ชั้นนำของซาอุดีฯ ได้ประมวลสภาวะ ศก.ในรอบปี 2556 โดยชี้ว่า ซาอุดีฯ ผ่านสภาวะตกต่ำของ ศก.โลกมาในสภาพที่ ศก.ยังมีความมั่นคงและมีศักยภาพ อีกทั้งมีพลวัตรที่จะขับเคลื่อนให้ ศก.ในปี 2557 เติบโตขึ้นอย่างเข้มแข็ง โดย ศก.ภาคเอกชนได้ส่งสัญญาณการขยายตัวที่สูงซึ่งสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนต่อแนวโน้มการลงทุนและการขยายตัวของ ศก.ในภาคต่างๆ โดยรวม อีกทั้งเงินงบประมาณเกินดุลของปี 2556 ก็ได้ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชนว่า รบ.ซาอุดีฯ จะปล่อยเงินกู้เพื่อการลงทุนและสินเชื่อเพื่อการพัฒนาสำหรับปี 2557 อย่างเพียงพอและต่อเนื่อง ถึงแม้การลงทุนในภาคเอกชนในปี 2557 มีแนวโน้มว่าจะตึงตัวอยู่บ้างเนื่องจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐฯ จะส่งผลให้การส่งออกมีผลกำไร/แรงจูงใจในการลงทุนที่ลดลง
        รายงานของ NCB ชี้ว่า ในปี 2557 ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกจะตกต่ำลงจากปี 2556 เพราะการผลิตของ OPEC จะ oversupply  ทำให้รายได้ของซาอุดีฯ ลดลงหาก รบ.ยัง overspend งบประมาณเช่นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ซาอุดีฯ ก็จะยังคงปลอดจากสภาวะเงินพร่องคลังเพราะมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมหาศาลเป็น “ฟูก” รองรับ อีกทั้งงบประมาณรายจ่ายปี 2557 มูลค่า 2.28 แสนล้านเหรียญฯ ย่อมจะเป็นหลักประกันว่าจะมีการ “อัดฉีด” เงินทุนเข้าสู่ภาคเอกชนทั้งในรูปของการลงทุนและการให้กู้ยืมมากพอที่ ศก.จะเติบโตในช่วง 2-3 ปีต่อไปด้วย นอกจากนั้น NCB คาดว่า น้ำมันดิบในปี 2557 จะมีราคาต่ำกว่าในปี 2556 ซึ่งขึ้นอยู่กับอิหร่าน ลิเบียและไนจีเรีย ว่าจะผลิต/ส่งออกน้ำมันดิบได้มากน้อย
เพียงใด อีกทั้งปัจจัย geopolitics  อาจจะทำให้ราคาน้ำมันดิบในปี 2557 ลดลงถึงระดับ 100 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล (เมื่อเทียบกับระดับ 106.4 และ 110.2 เหรียญฯ ต่อบาเรลล์ในปี 2556 และ 2555 ตามลำดับ)
        สอท. มีข้อสังเกตเพิ่มเติมในบริบทนี้ว่า ราคาน้ำมันดิบที่ระดับคุ้มทุน (break-even oil price: bop) ของซาอุดีฯ ซึ่งอยู่ที่ระดับ 74 เหรียญฯ ต่อบาเรล (ข้อมูล IMF) นั้นยังต่ำกว่าระดับราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก (เฉลี่ยราว 105 เหรียญฯ ต่อบาเรลในช่วงปี 2556-2557) อยู่มาก แต่คาดว่า bop ของซาอุดีฯ จะต้องแพงขึ้นเนื่องจากภาวะเงินเฟ้อโดยทั่วไป กอปรกับการใช้จ่ายของภาครัฐที่สูงมากติดต่อกันมาหลายปี อันจะทำให้ต้นทุนในการผลิตสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม bop ที่สูงขึ้นไม่น่าที่จะส่งผลกระทบมากนักต่อสถานะทางการเงิน-การคลังของซาอุดีฯ หรือที่จะลดความน่าเชื่อถือต่อสถานภาพทาง ศก.ของซาอุดีฯ ในระยะยาว ทั้งนี้ รบ.ซาอุดีฯ ก็ได้ตระหนักถึงแนวโน้มนี้และได้มีมาตรการระดมการลงทุนในภาค non-oil /ภาคเอกชนเพื่อเพิ่มแหล่งรายได้ประชาชาติให้มีความหลากหลาย อีกทั้งได้เริ่มลงทุนเพื่อศึกษาและวางรากฐานสำหรับการสถาปนาอุตสาหกรรมพลังงานทดแทนอย่างจริงจังแล้ว ใช้ประโยชน์จากแหล่งพลังงานต่างๆ อย่างสมดุลและยั่งยืน และเพื่อที่จะนำน้ำมันดิบส่วนที่ประหยัดได้ในปริมาณมหาศาลไปส่งออก อันจะเป็นการเพิ่มรายได้จากการส่งออกน้ำมันดิบได้โดยปริยาย                              

9 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ