เป็นไปตามคาด “รบ.อาร์เจนตินา” ยอมคลายกฎ ซื้อเงินสหรัฐฯได้สูงสุด 2,000 ดอลลาร์ต่อเดือน หลังค่าเงินเปโซร่วงต่ำสุด

แต่กฎใหม่ที่ออกนี้ยังห้ามไม่ให้ธุรกิจขนาดใหญ่และนักลงทุนซื้อเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลอาร์เจนตินาเปิดเผยว่า จะทำการผ่อนคลายคำสั่งห้ามหลังเงินเปโซร่วงหนักถึง 15% ในรอบ 12 ปี
ซึ่งที่ผ่านมาในอดีตประชาชนอาร์เจนตินาสามารถหาซื้อเงินดอลลาร์ได้ในตลาดมืดเท่านั้น ยิ่งเท่ากับเป็นการเร่งอัตราเงินเฟ้อของประเทศให้สูงขึ้น โดยหัวหน้าคณะรัฐมนตรีอาร์เจนตินา จอร์จ คาพิทานิช กล่าวว่า “มีเพียงพนักงานบริษัทและเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กที่สามารถซื้อเงินดอลลาร์ได้”
แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนอาร์เจนตินาที่มีรายได้อย่างต่ำสูงกว่า 7,200 เปโซ ต่อเดือน (900 ดอลลาร์) ยังคงถูกจำกัดที่สามารถหาซื้อเงินสหรัฐฯได้ตั้งแต่ 20% ของเงินเดือนจนสูงสุดถึง 2,000 ดอลลาร์ต่อเดือน และต้องนำเงินดอลลาร์ที่ซื้อฝากไว้กับธนาคารไม่ต่ำกว่า 1 ปี หรือไม่เช่นนั้นผู้ซื้อต้องถูกหักภาษีราว 20% ของจำนวนเงินดอลลาร์ที่ได้ซื้อไว้ ซึ่งลดลงจาก 35% ในอดีต และนี่ถือเป็นมาตรการจูงใจใหม่ของรัฐบาลอาร์เจนตินาในการให้ประชาชนฝากเงิน และยังเป็นการป้องกันไม่ให้เงินทุนไหลออกจากประเทศ
รัฐบาลอาร์เจนตินาได้พยายามเข้าแทรกอัตราแลกเปลี่ยน โดยกำหนดให้อัตรา 1 ดอลลาร์ ต่อ 8 เปโซ เมื่อเปรียบเทียบกับ 6.9 สัปดาห์ก่อนที่มีค่าแข็งกว่านี้ ซึ่งสวนทางกับค่าเงินตลาดมืดที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนที่ 1 ดอลลาร์ ต่อ 12.25 เปโซ จากในวันศุกร์ (24) ที่มีอัตรา 11.8 โดยนักวิเคราะห์คนหนึ่งได้คาดการณ์ว่า ธนาคารกลางอาร์เจนตินาได้ใช้เงินราว 135 ล้านดอลลาร์ ในการป้องกันค่าเงินเปโซไว้เมื่อวานนี้(27) ซึ่งผลการแทรกแซงทำให้เงินเปโซเข้าใกล้ 8.01 ต่อ 1 ดอลลาร์ เรตที่รัฐบาลอาร์เจนตินาได้กำหนดไว้
“หากธนาคารกลางอาร์เจนตินาไม่เข้ามาแทรกแซง คงจะเห็นเงินเปโซร่วงไปถึง 8.50 ภายใน 2 นาที” รายงานจากนักวิเคราะห์ตลาดเงินแลกเปลี่ยน ซึ่งคาดว่ารัฐบาลอาร์เจนตินาต้องใช้เงินเกือบจะ 120 ล้านดอลลาร์ ต่อวันในการรักษาอัตราแลกเปลี่ยน
ซึ่งตลาดมืดนั้นสามารถเป็นดัชนีชี้วัดถึงค่าเงินเปโซที่แท้จริงในความรู้สึกของคนภายในประเทศ ซึ่งหลายคนยังเห็นว่าค่าเงินเปโซที่กำหนดไว้นั้นยังแข็งเกินไป และยังสามารถใช้เป็นดัชนีการวัดอัตราเงินเฟ้อที่แท้จริงของอาร์เจนตินามากกว่าตัวเลขอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลอาร์เจนตินาได้ประกาศไว้
ในขณะที่ ไบรอัน เคาล์ตัน นักกลยุทธ์ตลาดเกิดใหม่แห่ง Legal and General Investment management กลับให้ความเห็นว่า มาตรการต่างๆ และการลดค่าเงิน และนโยบายรัดเข็มขัดทางการคลัง ตลอดจนการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นถึง 6% จะช่วยทำให้ประเทศลดหนี้ทางการคลังได้ แต่อย่างไรก็ตาม “รัฐบาลอาร์เจนตินาต้องใช้นโยบายรัดเข็มขัดทางการคลังเพื่อลดความกดดันในการขายเงินเปโซออกไป ซึ่งในขณะนี้มีเงินเปโซมีจำนวนมากจนทำให้เกิดเงินเฟ้อ และมีความต้องการที่มากเกินไปสำหรับเงินดอลลาร์สหรัฐฯตามอัตราแลกเปลี่ยนที่รัฐบาลอาร์เจนตินากำหนดไว้”
ด้าน รูดอลโฟ รอสซี นักเศรษฐศาสตร์ในกรุงบัวโนสไอเรส กล่าวว่า “นี่เป็นแค่การผ่อนคลาย แต่ไม่ใช่อิสรภาพ ในทางปฏิบัติ มาตรการนี้แค่ช่วยให้ประชาชนอาร์เจนตินามีช่องหายใจ ความกดดันต่อตลาดมืดยังคงต้องมีต่อไป” ในปี 2002 ประชาชนหลายล้านคนของอาร์เจนตินาต่างเผชิญกับอัตราเงินเฟื้อที่สูงถึง 41% และรวมถึงหนี้ของรัฐบาลกับสถาบันการเงินต่างประเทศที่ไม่สามารถชำระได้ และรายได้ของพวกเขาและมาตรฐานการดำรงชีพที่ฟุบลง
ขอบคุณรูปภาพจาก : th.wikipedia.org
30 มกราคม 2557
แหล่งข้อมูล:
เอเจนซีส์/เอพี
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อาร์เจนตินา, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
