อาร์เจนตินาในช่วงเวลาร้อยปี

เนื้อหาครอบคลุมช่วงเวลา 100 ปี จากปีนี้ย้อนไปถึงปีที่ห้างสรรพสินค้าแฮร์รอดส์อันโด่งดังของอังกฤษไปเปิดสาขาในเมืองหลวงของอาร์เจนตินาเพราะมองว่าประเทศนั้นจะรุ่งเรืองต่อไปอย่างแน่นอน ย้อนไปในตอนนั้น เศรษฐกิจของอาร์เจนตินาขยายตัวสูงกว่าของอเมริกามาเป็นเวลากว่า 40 ปี ชาวอาร์เจนตินาจึงมีรายได้สูงกว่าของประชาชนเกือบทั่วโลกรวมทั้งในอิตาลี เยอรมนีและฝรั่งเศส แต่อาร์เจนตินามิได้พัฒนาต่อไป เศรษฐกิจตกอยู่ในสภาพล้มลุกคลุกคลานติดต่อกันมาจนห้างสรรพสินค้านั้นทนไม่ไหวจึงปิดสาขาไปในปี 2541
ในช่วงเวลากว่า 10 ปีจากวันที่คอลัมน์นี้เริ่มปรากฏ อาร์เจนตินาถูกนำมาเสนอหลายครั้งเนื่องจากเป็นตัวอย่างชั้นดีที่จะสื่อให้คนไทยมองเห็นผลร้ายของนโยบายประชานิยมที่รัฐบาลไทยเริ่มนำมาใช้ในปี 2544 อาร์เจนตินาใช้เวลา 40 ปีก่อนที่จะล้มละลายหลังจากวันที่เริ่มใช้นโยบายประชานิยม (รายละเอียดอาจหาได้ในหนังสือเรื่อง “ประชานิยม: หายนะจากอาร์เจนตินาถึงไทย?” พิมพ์โดยเนชั่นบุ๊คส์เมื่อปี 2546) ด้วยปัจจัยหลายอย่าง คอลัมน์นี้จึงทำนายไว้ว่าเมืองไทยน่าจะใช้เวลาน้อยกว่านั้นก่อนจะล้มละลาย การที่รัฐบาลไทยไม่มีเงินจ่ายค่าข้าวให้แก่ชาวนาในโครงการรับจำนำข้าวจากชาวนายืนยันว่าคำทำนายนั้นมิได้ไร้สาระ ขณะนี้ รัฐบาลไทยตกอยู่ในภาวะกึ่งล้มละลายแล้ว
ดิ อีโคโนมิสต์ มองว่านโยบายประชานิยมเป็นเพียงหนึ่งในหลากหลายปัจจัยที่ทำให้อาร์เจนตินาประสบปัญหาจนต้องล้มลุกคลุกคลานมาเป็นเวลาหนึ่งศตวรรษโดยจัดแยกเหตุปัจจัยไว้เป็น 3 กลุ่ม นั่นคือ กลุ่มแรกเป็นด้านฐานทางการพัฒนาที่ล้าสมัยและไม่แข็งแกร่ง อาร์เจนตินามีรายได้สูงมากจากการผลิตและขายสินค้าเกษตรจากกิจการขนาดใหญ่เป็นเวลานานโดยปราศจากการขยายฐานทางเศรษฐกิจให้กว้างออกไป กิจการเกษตรขนาดใหญ่ไม่ต้องการแรงงานที่มีการศึกษามากนักส่งผลให้การศึกษาไม่ขยายออกไปในแนวเดียวกันกับของชาวโลกที่ก้าวหน้า การศึกษาที่ล้าสมัยส่งผลให้อาร์เจนตินาไม่สามารถประดิษฐ์คิดค้นเทคโนโลยีใหม่ๆ ได้จึงต้องพึ่งลมหายใจของผู้อื่นตลอดเวลา ยิ่งกว่านั้น อาร์เจนตินาต้องพึ่งพาเงินทุนต่างชาติสูงมากเนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ในตอนก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นผู้อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานใหม่ๆ ส่งผลให้ยังมีรายได้ต่ำ
กลุ่มที่สองเป็นด้านยุทธศาสตร์ของการพัฒนาซึ่งใช้หลักการค้าเสรีที่พึ่งการส่งออกสินค้าเกษตรส่วนใหญ่ไปยังอังกฤษ ยุทธศาสตร์แนวนี้มีความเสี่ยงสูงมากจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยภายนอกแบบฉับพลันหรือร้ายแรง เริ่มจากสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งทำให้การขนส่งและตลาดประสบปัญหา ต่อมาก็เป็นมหาวิกฤติเศรษฐกิจที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ที่มีชื่อว่า The Great Depression หลังจากนั้นก็เป็นสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อเหตุการณ์ใหญ่ๆ เหล่านั้นผ่านไป อาร์เจนตินาพยายามจะพัฒนาการอุตสาหกรรมแต่ทำไม่สำเร็จด้วยปัจจัยหลายอย่างรวมทั้งการให้ความคุ้มครองอุตสาหกรรมใหม่โดยการใช้กำแพงภาษีแบบไม่มีที่สิ้นสุดและการขัดแย้งกันของส่วนประกอบต่างๆ ในยุทธศาสตร์ของการพัฒนา
กลุ่มที่สามเป็นด้านการเสริมสร้างสถาบันต่างๆ ให้แข็งแกร่งขึ้น จริงอยู่อาร์เจนตินาพยายามใช้หลักประชาธิปไตย แต่การปฏิบัติจริงไม่เป็นไปตามนั้น ฝ่ายบริหารมักมีอำนาจมากเกินไปและเข้าไปก้าวก่ายในการทำงานของฝ่ายตุลาการและของข้าราชการประจำ ทหารทำรัฐประหารบ่อยๆ สลับกับการเลือกตั้งซึ่งมักได้ผู้นำที่สร้างแรงจูงใจโดยใช้นโยบายประชานิยมและฉ้อฉลจนชนิดเข้ากระดูกดำ ตลอดเวลาร้อยปี ไม่มีการวิเคราะห์ตัวเองและปรับเปลี่ยน หรือปฏิรูปในด้านไหนอย่างจริงจัง
ดิ อีโคโนมิสต์ มองว่า ความเป็นไปในแนวของอาร์เจนตินาอาจเกิดขึ้นได้กับประเทศที่มีรายได้สูงและประเทศกำลังพัฒนา โดยการยกตัวอย่างของรัฐแคลิฟอร์เนียของอเมริกา อิตาลี สเปนและกรีซในกลุ่มแรกพร้อมกับจีน อินเดีย รัสเซีย บราซิล และตุรกีในกลุ่มหลัง โดยเน้นเรื่องความสำคัญของการมีความโปร่งใสเป็นพิเศษ ในช่วงเวลาร้อยปีต่อไป อาจมีกรณีเช่นอาร์เจนตินาเกิดขึ้นได้หากประเทศต่างๆ ยังไม่ยอมเรียนรู้จากความเป็นไปในประเทศนั้น
จริงอยู่เมืองไทยไม่ได้ถูกอ้างถึงโดยเฉพาะในการวิเคราะห์ของนิตยสาร แต่ผู้อ่านคงพอมองเห็นได้ว่าสิ่งที่เกิดกับอาร์เจนตินาอาจเกิดขึ้นกับเมืองไทยได้อย่างแน่นอน ความอ่อนแอของระบบการศึกษา นโยบายประชานิยม ความฉ้อฉลจนเข้ากระดูกดำ การพึ่งจมูกผู้อื่นหายใจ การไม่สร้างเสริมสถาบันให้มีรากฐานแข็งแกร่ง การยึดอำนาจบ่อยครั้งของทหาร การกระจายที่ดินและรายได้อย่างไม่เป็นธรรม สิ่งเหล่านี้มีอยู่ในเมืองไทยอย่างครบถ้วน
นอกจากนั้น เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คอลัมน์นี้พูดถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นในเมืองไทยแต่มิได้เกิดขึ้นในอาร์เจนตินา นั่นคือ การทำลายป่าและสิ่งแวดล้อมจนย่อยยับ ประวัติศาสตร์ของการพัฒนาบ่งชี้ว่า การทำลายป่าและสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยสำคัญในการล่มสลายของอารยธรรมโบราณ ณ วันนี้ ทั้งรัฐบาลและฝ่ายต่อต้านในนามของมวลมหาประชาชนเห็นพ้องต้องกันว่าถึงเวลาที่จะต้องปฏิรูปประเทศ สิ่งที่เล่ามานี้ควรได้รับการพิจารณาอย่างจริงจังจากผู้ที่จะรับผิดชอบในด้านการปฏิรูป
ผู้เขียน : ดร.ไสว บุญมา
ที่มา : คอลัมน์ "บ้านเขาเมืองเรา"
ขอบคุณรูปภาพจาก : playplern.com
21 กุมภาพันธ์ 2557
แหล่งข้อมูล:
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อาร์เจนตินา, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
