ซิดนีย์ ศูนย์กลางรถไฟสู่ชานเมือง

นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะผู้นำคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนศึกษาดูงานระบบขนส่งสาธารณะที่เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ระบุว่า จุดแข็งในการทำงานของประเทศออสเตรเลีย คือการวางแผนทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องไว้ที่เดียวกัน เช่นเรื่องขนส่งสาธารณะ จะวางแผนให้รถไฟ, รถราง, รถเมล์, รถจักรยาน และถนนคนเดิน เข้าไปอยู่ร่วมกันได้อย่างไรตั้งแต่แรก หลังจากนั้นจะวางแผนระยะยาว 20 ปี
"จากนั้นจะวางแผนในส่วนของแผนใหญ่ก่อน เช่น รถไฟ, รถราง จะแยกอยู่ในส่วนเฉพาะเรื่อง เพื่อที่จะให้คนที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบรู้ว่าตัวเองควรอยู่ตรงไหนของแผน และมองภาพใหญ่ให้เห็นแล้วแบ่งหน้าที่กันทำ รับผิดชอบจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จ"
ส่วนแผนแม่บทเรื่องการใช้จ่ายงบประมาณของออสเตรเลีย ถ้าโครงการไหนระบุจำนวนตัวเลขได้ก็ระบุ ส่วนโครงการที่ระบุตัวเงินไม่ได้ก็มี เนื่องจากบางโครงการต้องไปจ้างที่ปรึกษาเพิ่มเติม เมื่อเทียบกับกระทรวงคมนาคมของประเทศไทยที่มีแผนแม่บท 10 ปี ระบบสาธารณมวลชน บก, ราง, น้ำ, อากาศ แต่ก็ยังไม่สำเร็จสักที และแม้ว่าจะมีการแยกแผนออกมาเฉพาะปัญหาหลักๆ แต่ก็มีหลายเรื่องเข้ามาแทรกแซง โดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ ก็จะมีนโยบายใหม่ แผนก็จะเปลี่ยนไปด้วย โครงการที่จะทำต่อเนื่องก็ทำไม่ได้
สำหรับระบบขนส่งสาธารณะในซิดนีย์ ถือได้ว่ามีความครอบคลุมที่ครบถ้วน แม้ว่าที่ประเทศออสเตรเลียจะยังไม่มีระบบรถไฟความเร็วสูงก็ตาม แต่ระบบขนส่งสาธารณะทางราง ทางบก และทางเรือก็มีการเชื่อมต่อกัน ซึ่งมองว่าเป็นรูปแบบที่ดีที่ไทยสามารถนำไปปรับใช้ เนื่องจากขณะนี้ประเทศไทยอยู่ระหว่างการก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อ ที่จะเป็นจุดศูนย์รวมระบบขนส่งสาธารณะทางรางและถนน ที่จะกระจายการเดินทางไปยังปริมณฑลและทุกภาคของประเทศ เป็นการกระตุ้นให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น
ส่วนการลงทุนระบบขนส่งสาธารณะในออสเตรเลีย รถไฟและรถรางรัฐบาลเป็นเจ้าของโดยว่าจ้างเอกชน หากเอกชนรายใดเสนอเก็บค่าจ้างจากรัฐต่ำสุดก็เป็นผู้ชนะ รัฐเป็นผู้ควบคุมการให้บริการ หากปฏิบัติตามที่รัฐต้องการก็จะจ่ายค่าจ้างให้ หากไม่ปฏิวัติตามก็ไม่จ่าย ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงไม่ต้องมาเสี่ยงว่าจะขาดทุนหรือได้กำไร ซึ่งระบบนี้เราก็เตรียมทำแบบนี้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. และรถไฟสายสีม่วงเราก็ใช้วิธีแบบนี้
"จะเห็นได้ว่าประเทศที่พัฒนาแล้วจะใช้ระบบรางเป็นหลัก และเอาระบบอื่นมาเสริม เช่นในซิดนีย์ การเดินทางเน้นการขนส่งทางรถไฟเป็นหลัก 70% ใช้รถไฟ ส่วนคนที่มีรถส่วนตัวก็จะขับรถมาจอดที่สถานีและต่อรถไฟหรือรถเมล์ เนื่องจากคนที่ใช้รถส่วนตัวมีค่าใช้จ่ายสูง ส่วนความโดดเด่นของสถานีกลางเมืองซิดนีย์ คือมีระบบรถรางและรถเมล์วิ่งเข้ามาเชื่อม โดยรวมแล้วพฤติกรรมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะทางรางของออสเตรเลียก็มีการปรับตัวพอสมควร เช่นเดียวกับบ้านเราที่ต้องมีการเปลี่ยนพฤติกรรม ให้คนหันมาใช้บริการขนส่งสาธารณะแทนรถยนต์ส่วนตัวเพื่อลดปริมาณการจราจร ซึ่งอาจต้องนำมาตรการบางอย่างมาจำกัด เช่นที่ออสเตรเลียการใช้รถส่วนตัวไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากค่าใช้จ่ายสูง บ้านเราหากจะพัฒนาก็จำเป็นต้องนำระบบนี้มาใช้บ้าง" นายจุฬากล่าว
นายจุฬากล่าวว่า โดยรวมแล้วความหลากหลายของระบบ อย่างระบบขนส่งทางรางของซิดนีย์ เขาใช้เวลา 100 ปีในการดำเนินการทำไป-ปรับไป แบบเดียวกับเรา แต่สิ่งที่ทำเป็นอันดับแรกคือ การทำเครือข่ายเพื่อรองรับไว้ก่อน เมื่อเครือข่ายมีความพร้อม คนก็หันมาใช้รถไฟกันมากขึ้น ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาพอสมควร และจุดเด่นของออสเตรเลียคือ การเอาคนมาใช้รถไฟ มีการขยายตัว และต้องมีการลงทุน เมื่อเปรียบกับไทย การของบประมาณทำถนนง่ายกว่าการของบลงทุนด้านรถไฟ แต่ถ้าอยากเห็นการพัฒนาทางระบบขนส่งทางรถไฟแบบเขาก็ต้องใส่การลงทุน สิ่งนี้ไทยต้องเอาไปเป็นบทเรียน ที่ซิดนีย์รัฐบาลกลางเป็นผู้สนับสนุนให้งบกับรัฐบาลท้องถิ่น โดยการลงทุนในระบบรถไฟถึง 70%
อย่างไรก็ตาม ทั้งนี้ในส่วนของการ นำระบบรถรางมาใช้ในกรุงเทพมหานคร ก็คงจะทำไม่ได้ แม้ว่าในอดีตเราเคยมีระบบรถรางมาแล้ว เนื่องจากปัจจุบันพบว่ามีปริมาณการจราจรหนาแน่น หากจะนำมาใช้จริงส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในต่างจังหวัด โดยสามารถขนคนได้ 300 คน/ขบวน/ทิศทาง เมื่อเทียบกับรถบัสขนคนได้เพียง 50-60 คน อาจจะนำไปใช้ในจังหวัดใหญ่ๆ เช่น โคราชและเชียงใหม่ หรือเมืองที่จะโตในอนาคต
ส่วนการแก้ไขปัญหาการจราจรของไทย หากมีรถไฟฟ้าครอบคลุมสมบูรณ์ทั้งระบบแล้ว ก็ต้องปรับเส้นทางรถเมล์ใหม่ ไปในลักษณะแทนที่จะวิ่งตีคู่ไปกับรถไฟฟ้า ก็วิ่งมาที่สถานีรถไฟฟ้าเพื่อเป็นตัวเชื่อม จึงต้องดูเรื่องการปรับเส้นทาง ซึ่ง สนข.กำลังศึกษารายละเอียดอยู่ แต่เดิมมี 155 เส้นทาง นอกจากนี้ ต้องเร่งระบบตั๋วร่วมมาไว้ด้วยกันในระยะเวลาใกล้ๆ กัน เนื่องจากการที่คนใช้รถเมล์มาต่อรถไฟฟ้าใช้บัตรเดียวกันตลอดทาง จะทำให้คนใช้บริการสะดวกขึ้น สามารถลดค่าใช้จ่ายได้ เช่น ค่าโดยสารรถเมล์ 8 บาท รถไฟฟ้า 25 บาท รวมค่าโดยสาร 33 บาท หากใช้ระบบตั๋วร่วมจะทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงมาอีก
ขอบคุณรูปภาพจาก : www.lofttravel.com
5 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
ไทยโพสต์ออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ออสเตรเลีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
