ตลาดเครื่องปรับอากาศในซาอุดิอาระเบียฉายแววเติบโตต่อเนื่อง
ตลาดเครื่องปรับอากาศในซาอุดิอาระเบียฉายแววเติบโตต่อเนื่อง

”ซาอุดีอาระเบียเป็นตลาดเครื่องปรับอากาศที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ในปี 2012 – 2017 คาดว่าจะมีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 8.7% เป็นมูลค่า 2 พันล้านเหรียญสหรัฐในปี 2017 เพราะมีจำนวนประชากรและการก่อสร้างที่พักอาศัยเพิ่มมากขึ้น” สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงริยาดให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานการณ์ตลาดเครื่องปรับอากาศในซาอุดิอาระเบีย โดยอ้างอิงแหล่งข้อมูลจาก Saudi Gazette หนังสือพิมพ์ชั้นนำของซาอุดีอาระเบีย

จนถึงปี 2554 ซาอุดีอาระเบียมีเครื่องปรับอากาศทั้งประเทศประมาณ 15 – 20 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน (split type) 30% และแบบหน้าต่าง (window type) 70% มียอดขายกว่า 1 ล้านเครื่อง (window type 55% split type 45% และ central type 5%)

เป็นที่คาดว่า เครื่องปรับอากาศแบบ split type ซึ่งมีสัดส่วนการใช้ไฟ 51% จากปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด 2.4 กิกะวัตต์ในปี 2555 มีแนวโน้มจะเป็นที่ต้องการมากขึ้น

กระทรวงพาณิชย์และอุตสาหกรรมของซาอุดีอาระเบียได้กำหนดมาตรฐานให้เครื่องปรับอากาศในซาอุดีอาระเบียต้องประหยัดไฟฟ้ามากขึ้น รวมทั้งห้ามนำเข้าเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ 7 กันยายน 2556 และห้ามขายเครื่องปรับอากาศที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ 1 มกราคม 2557

ปัจจุบัน เครื่องปรับอากาศจากเกาหลีใต้ครองส่วนแบ่งตลาดส่วนสูงถึง 60% แซงอันดับ 1 อย่างญี่ปุ่นที่เคยครองแชมป์ยอดขายเครื่องปรับอากาศมานานหลายปี

เครื่องปรับอากาศจากจีน ได้รับการคาดหมายว่า จะเป็นคู่แข่งสำคัญของเครื่องปรับอากาศจากเกาหลีใต้และญี่ปุ่น เพราะมีข้อได้เปรียบด้านราคา

สำหรับไทย ในช่วงปี 2553 – 2555 ได้ส่งออกเครื่องปรับอากาศไปซาอุดิอาระเบีย รวมมูลค่า 2.812 พันล้านบาท (ยังไม่รวมส่วนประกอบเครื่องปรับอากาศอีกกว่า 4 พันล้านบาท) ซึ่งทำให้เครื่องปรับอากาศเป็นสินค้าอันดับ 2 ในแง่มูลค่าที่ไทยส่งไปอุดีอาระเบีย

รถยนต์เป็นสินค้าอันดับที่ 1 ที่ไทยส่งออกไปซาอุดิอาระเบีย ด้วยยอดรวมกว่า 6.3 พันล้านบาท

7 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ