แผนงานการสร้างโรงงานไฟฟ้าวเคลียร์ของเคนยาภายในปี ค.ศ. 2025
แผนงานการสร้างโรงงานไฟฟ้าวเคลียร์ของเคนยาภายในปี ค.ศ. 2025
        สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบีรายงานข้อสนเทศเกี่ยวกับแผงงานของรัฐบาลเคนยาในการสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ให้แล้วเสร็จภายในปีค.ศ. 2025 ตามที่ปรากฏในข่าวเรื่อง Kenya sets 2025 as nuclear plant date ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นวันที่ 25 ก.พ. 57 ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
        1. รัฐบาลเคนยาจะดำเนินการตามแผนงานการสร้างโรงงานปฏิกรณ์นิวเคลียร์ระหว่างปี ค.ศ. 2022-2025 ต่อไป เพื่อสนองตอบความต้องการด้านพลังงานของประเทศ ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าสิบเท่าจากขีดความสามารถในการผลิตไฟฟ้าในปัจจุบันที่ 1,700 เมกกะวัตต์
        2. โรงงานฯ ซึ่งจะมีขีดความสามารถในการผลิตที่ 1,000 เมกกะวัตต์ อาจตั้งอยู่ที่เขตชายฝั่งทะเลของเคนยาหรือใกล้ทะเลสาบวิกตอเรีย เนื่องจากโรงงานฯ ต้องการใช้น้ำจำนวนมากสำหรับการทำงานของโรงงานฯ
        3. ตามประมาณการของรัฐบาลเคนยา การก่อสร้างโรงงานฯ ที่มีขีดความสามารถที่ 1,000 เมกกะวัตต์ จะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 3.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
        4. นาย Davis Chirchir รมว. พลังงานและปิโตรเลียมเคนยากล่าวในการประชุม National Nuclear Stakeholders Forum ที่กรุงไนโรบีเมื่อวันที่ 24 ก.พ. 57 ว่าในชั้นนี้ รัฐบาลเคนยายังมิได้ตัดสินใจเกี่ยวกับสถานที่และเงินทุนที่จะใช้สร้างโรงงาน แต่รัฐบาลฯ ประสงค์จะให้การดำเนินการตามแผนงานในเรื่องนี้เป็นไปในรูปความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐกับเอกชน (public-private partnership)
        5. เงื่อนไขหลักของทบทวนการปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่เคนยาต้องปฏิบัติตามให้เป็นผล ได้แก่ การยกระดับความสามารถในการผลิตไฟฟ้าให้สูงขึ้นอย่างน้อยถึง 10,000 เมกกะวัตต์ และจะต้องมีพลังงานเจ้าหน้าที่ไม่น้อยกว่า 1,000 คนที่ได้การฝึกอบรมด้านโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ก่อนที่จะสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์
        6. ในภูมิภาคแอฟริกา แอฟิกาใต้เป็นประเทศเดียวที่มีโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ประเทศอื่นที่มีแผนงานที่จะสร้างโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์นอกจากเคนยา ได้แก่ ไนจีเรีย กานาและอียิปต์

อ่านเพิ่มเติม




แหล่งอ้างอิงรูปภาพ : http://www.africanreview.comhttp://www.africanreview.com

20 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ