วิจัยเสริมแกร่งเอสเอ็มอี
วิจัยเสริมแกร่งเอสเอ็มอี
     วว.เตรียมส่งนักวิจัยลงพื้นทั่วไทย ส่งงานวิจัยจากหิ้งลงชุมชน ยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการเอสเอ็มอีไทยสู้ตลาดอาเซียน

     วว.เตรียมส่งนักวิจัยลงพื้นทั่วไทย เสริมแกร่งเอสเอ็มอีสู้ในตลาดอาเซียน ส่งงานวิจัยจากหิ้งลงชุมชน ยกระดับคุณภาพสินค้าและบริการเอสเอ็มอีไทยสู้ตลาดอาเซียน

     นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กล่าวว่า ในปีงบประมาณ 2557 วว.เสนอของบประมาณไป 70 ล้านบาท เพื่อเดินหน้าสนับสนุนภาคอุตสาหกรรมขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอีของไทยให้มีความแข็งแกร่งในธุรกิจพร้อมที่จะแข่งขันในตลาดอาเซียน

     “ตอนนี้วว.เริ่มทำความร่วมมือกับผู้ว่าราชการแต่ละจังหวัดทั่วประเทศโดยแบ่งเป็น 5 ภาค เพื่อเก็บข้อมูลด้านปัญหาธุรกิจที่ภาคเอสเอ็มอีต้องเจอ เพื่อนำกลับมาวิเคราะห์ว่าจะใช้งานวิจัยเข้าไปแก้ปัญหาได้อย่างไร เพื่อให้เกิดการพัฒนาสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานและคุณภาพแข่งกับตลาดโลกได้ไม่น้อยหน้า”ผู้ว่าการ วว. กล่าว

     สิ่งที่วว.มองเห็นในตอนนี้คือ จุดอ่อนด้านการผลิตและการทำตลาดของอุตสาหกรรมเอสเอ็มอี โดยมองว่าจะใช้ประเทศญี่ปุ่นเป็นโมเดลในการนำงานวิจัยและพัฒนาเข้าไปแก้ปัญหา เช่น การส่งเสริมขั้นตอนการผลิตให้ได้มาตรฐาน การพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ยอมรับด้วยงานวิจัย ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชเศรษฐกิจไว้กินในครัวเรือนด้วยการแจกจ่ายสายพันธุ์ที่ดีให้ อาทิ ผักหวาน ต้นชมจันทร์ และกระเจี๊ยบ

     สถาบันจะทำหน้าที่เป็นองค์กรกลางที่สร้างมาตรฐานการ วิเคราะห์ ตรวจสอบคุณภาพสินค้า รวมถึงการรับรองสินค้าและบริการด้วยมาตรฐานที่สากลยอมรับ เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น ทั้งยังจะส่งทีมวิจัยที่ทำหน้าที่พัฒนาบรรจุภัณฑ์ของสินค้าเข้าไปให้ความรู้และคำแนะนำ เพื่อสร้างจุดขายจากภาพลักษณ์ของสินค้าจากที่ผ่านมาปัญหาของสินค้าไทยส่วนใหญ่ไม่ประสบความสำเร็จในการทำตลาดส่วนหนึ่งมาจากขาดแพ็คเก็จที่สวยงาม

     งานวิจัยด้านพลังงานทางเลือกถือเป็นอีกจุดขายหนึ่งของวว. ผู้ว่าการวว. กล่าวต่อว่า ตอนนี้สถาบันมีโครงการวิจัยร่วมกับประเทศญี่ปุ่นและพันธมิตรในประเทศ อาทิ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เพื่อผลักดันให้เกิดหน่วยงานที่ทำวิจัยด้านพลังงานไบโอแมส ซึ่งสอดรับกับที่ตั้งของประเทศที่มีความหลากหลายของวัสดุเหลือใช้

     “การทำโครงการวิจัยร่วมกับประเทศที่มีเงินทุนและมีความสามารถเฉพาะทางอย่างประเทศญี่ปุ่น จะยิ่งทำให้บุคลากรด้านการวิจัยของไทยได้รับการพัฒนาทักษะทางวิชาชีพ รวมถึงมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีที่จะเป็นผู้นำด้านการวิจัยในภูมิภาคอาเซียนในอนาคต”ผู้ว่าการ วว. กล่าว

     ทั้งนี้ที่ผ่านมา วว.มีความร่วมมือกับพันธมิตรในอาเซียนบ้างแล้ว อาทิ ประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ด้านการนำพืชผักผลไม้มาทำวิจัยเพื่อต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์

     ไม่ว่าจะเป็นอาหารสำหรับกินหรือผลิตภัณฑ์ทางเลือกสำหรับทางการแพทย์ รวมถึงประเทศพม่าก็อยู่ระหว่างเจรจาเพื่อนำงานวิจัยเข้าไปช่วยยกระดับอุตสาหกรรมอาหารทะเลของเขาให้มีมาตรฐานและเกิดมูลค่าเพิ่ม

     โดยสำหรับประเทศเวียดนามมีความร่วมมือกันในด้านการจัดสัมมนาอบรมเพิ่มทักษะความรู้ด้านการตรวจสอบวัสดุ เพื่อให้แรงงานมีความสามารถพร้อมที่จะรองรับการเปิดประเทศ โดยมีประเทศเยอรมนีเป็นผู้สนับสนุนโครงการ

- - กานต์ดา บุญเถื่อน รายงาน - -
ขอบคุณรูปภาพจาก : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
24 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล: กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ