
ประเทศ เม็กซิโกเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศอเมริกาเหนือ ครั้งที่ 7 (7th North American Leaders' Summit : NALS, NAFTA Summit) หรือรู้จักในอีกชื่อว่า "Three Amigos" ที่เมืองโต ลูกา เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2557 เนื่องในโอกาสครบรอบ 20 ปีการให้สัตยาบันความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (North American Free Trade Agreement : NAFTA) โดยมีผู้นำประเทศสมาชิกเข้าร่วมทั้งหมด 3 ประเทศ ได้แก่ ประธานาธิบดีบารัก โอบามาแห่งสหรัฐอเมริกา ประธานาธิบดีเอนริเก เปญญา นิเอโตแห่งเม็กซิโก และ นายกรัฐมนตรีสตีเฟน ฮาร์เปอร์ของแคนาดา โดยหัวข้อการประชุมคือ “21st Century North America : Building the Most Competitive and Dynamic Region in the World”
ความ ตกลง NAFTA มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2537 ประกอบด้วยสมาชิก 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก NAFTA เป็นความตกลงเขตการค้าเสรีเต็มรูปแบบแรกที่สมาชิกประกอบด้วยทั้งประเทศพัฒนา แล้วและประเทศกำลังพัฒนา หลังจาก NAFTA มีผลบังคับใช้ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวระหว่างประเทศสมาชิกภายใต้ NAFTA เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ปัจจุบัน การค้าระหว่าง NAFTA มีปริมาณสูงถึง 1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี เป็นเขตการค้าเสรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก เชื่อมโยงประชากรกว่า 450 ล้านคนซึ่งมีผลผลิตและการบริการมูลค่ารวมกว่า 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
ประเด็น สำคัญของการหารือครั้งนี้ครอบคลุมเรื่องการค้า การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ด้านพลังงาน และด้านความมั่นคง ที่ประชุมได้ออกเอกสารสองฉบับหลังจากการประชุม ได้แก่ แถลงการณ์ร่วมของผู้นำภูมิภาคอเมริกาเหนือ (Joint Statement by North American Leaders) และเอกสารสรุปประเด็นที่พึงติดตาม (Fact Sheet : Key Deliverables for the 2014 North American Leaders Summit)
ด้านการค้า กลุ่มผู้นำเห็นว่าอนาคตการค้าของแต่ละประเทศจะได้ประโยชน์จากการกระตุ้นความ ร่วมมือด้านการส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาเทคโนโลยีและการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ประเด็นการค้า มีการหารืออย่างกว้างขวางแต่ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่มีประเด็นคืบหน้า ใหม่และถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปสู่ Trans-Pacific Partnership (TPP) ซึ่งสหรัฐฯ ผลักดันและได้รับการตอบรับอย่างดีจากแคนาดา ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ผู้นำทั้งสามต่างเห็นพ้องว่าควรสนับสนุนให้มีการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษาและ การอบรมในภูมิภาคมากขึ้น ด้านพลังงาน มีความคืบหน้าของการร่วมมือระหว่างสามประเทศ ทั้งด้านการบริหารพลังงาน โครงการพลังงานทดแทน ความร่วมมือในประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงด้านภูมิอากาศ (Climate Change) ความสนใจของทั้งสามประเทศมุ่งไปที่โครงการสร้างท่อส่งน้ำมัน “Keystone XL”ที่ นายกรัฐมนตรีแคนาดาต้องการให้สหรัฐฯ อนุมัติเพื่อจะส่งน้ำมันจากแหล่งทรายน้ำมัน (tar sands) ทางตอนเหนือของแคว้นอัลเบอร์ตาในแคนาดาผ่านมลรัฐเนบราสกาเข้ามาสู่โรงกลั่น ในมลรัฐเท็กซัส ซึ่งโครงการนี้จะมีส่วนเชื่อมโยงตลาดพลังงานของภูมิภาค และมีความสำคัญต่อเม็กซิโกเช่นกันเนื่องจากปัจจุบัน เม็กซิโกเป็นผู้ขายน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐฯ ขณะนี้โครงการกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสหรัฐฯ แต่ยังมีข้อขัดข้องทางกฎหมาย ทั้งในการประชุมประธานาธิบดีโอบามายังแสดงความกังวล เรื่องผลกระทบต่อ Climate Change อีกด้วย ด้านความมั่นคง การหารือครั้งนี้ครอบคลุมประเด็น ด้านสาธารณสุข การพัฒนา ความปลอดภัยของมนุษย์ และการต่อสู้กับขบวนการค้ายาเสพติด โดยกลุ่มผู้นำ มีการเจรจาแผนการคมนาคมอเมริกาเหนือ (North American Transportation Plan) และ North America Trusted Traveler Program เพื่อลดอุปสรรคด้านการขนส่งสินค้า การคมนาคม และการเดินทางระดับประชาชน ด้านปัญหาการลักลอบค้ายาเสพติด ที่ประชุมเห็นชอบมาตรการประสานข้อมูลศุลกากร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และการเพิ่มความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาคอเมริกากลางและแคริบเบียน
ด้านความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี สำหรับความสัมพันธ์สหรัฐฯ กับเม็กซิโก นายโอบามาได้หารือระดับทวิภาคีกับนายเปญญา นิเอโตก่อนการประชุม NALS โดยประเด็นที่เม็กซิโกให้ความสำคัญ ได้แก่ ประเด็นร่างกฎหมายตรวจคนเข้าเมือง ซึ่งสหรัฐฯ ยังไม่ผ่านกฎหมายปฏิรูปการตรวจคนเข้าเมืองที่เม็กซิโกคาดหวังว่าจะเป็นการ เปิดทางให้แรงงานของเม็กซิโกเดินทางเข้าสหรัฐฯ และแคนาดาได้สะดวกขึ้น ในขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับปัญหาด้านความมั่นคงและขบวนการค้ายาเสพติด นอกจากนี้ รมว.กต.เม็กซิโกยังได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนในประเด็นเรื่องการที่หน่วยงานความมั่นคงของสหรัฐฯ ดักฟังอดีตผู้นำเม็กซิโกซึ่ง ประธานาธิบดีโอบามาให้การรับรองว่ายุติการกระทำดังกล่าวแล้ว เม็กซิโกเริ่มมองว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้องพึ่งพาเม็กซิโกมากขึ้นทุกวันทั้งด้านแรงงานและด้านการผลิตสินค้า สำหรับความสัมพันธ์เม็กซิโกกับแคนาดา ก็มีประเด็นการตรวจลงตราเช่นกัน เนื่องจากแคนาดายังไม่ยินยอมยกเว้นการตรวจลงตราให้กับนักท่องเที่ยว ชาวเม็กซิกันเพราะต้องการจำกัดจำนวนชาวเม็กซิกันที่จะเดินทางเข้าประเทศ อย่างไรก็ดี ก่อนการประชุม หนึ่งวัน นายเปญญา นิเอโตได้มีการหารือทวิภาคีกับนายฮาร์เปอร์ และสามารถลงนามความตกลง 4 ฉบับ ได้แก่ 1) แผนปฏิบัติการ (2014-16 Mexico-Canada Coordinated Plan for Action) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและความร่วมมือด้านพลังงาน 2) Export Development Canada MOU for Inter-Institutional Cooperation 3) Mexican-Canadian Air Transport Agreement และ 4) Financial Support Cooperation Agreement ระหว่างสถาบันการเงินในสองประเทศ
สำนัก ข่าวหลายสำนักมองว่าการประชุมข้างต้นบรรลุผลในระดับหนึ่งเท่านั้น ผู้นำทั้งสามต่างหลีกเลี่ยงประเด็นละเอียดอ่อนของแต่ละฝ่าย ผลการประชุมควรมีความคืบหน้าในหลายประเด็นมากกว่านี้ แต่ด้วยประเด็นการเมืองในประเทศและประเด็นระหว่างประเทศที่เป็นประเด็นร้อน เช่น ปัญหาในซีเรีย เวเนซุเอลา และยูเครนมีส่วนเบี่ยงเบนความสนใจของผู้นำ อย่างไรก็ดี ทั้งสามประเทศยังมีศักยภาพในการพัฒนาร่วมกันในหลายสาขา เช่น ด้านพลังงาน สำหรับบรรยากาศระหว่างการประชุม มีกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผู้ประท้วงหลายร้อยคนออกมาชุมนุมเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลที่เมืองโตลูกา ทั้งนี้ การประชุม NALS ครั้งต่อไปในปี 2015 จะจัดขึ้นที่แคนาดา
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
