โอกาสขายข้าวไทยให้อิรัก ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน
โอกาสขายข้าวไทยให้อิรัก ถ้าไม่ทำตอนนี้แล้วจะทำตอนไหน
       ในสายตาของหลายคน “อิรัก” อาจเป็นประเทศที่ไม่ดึงดูดให้ไปทำธุรกิจด้วยมากนัก โดยเฉพาะเมื่อคำนึงถึงสถานการณ์ความปลอดภัย

        แต่ในมุมมองของสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอัมมาน (ประเทศจอร์แดน) ซึ่งรับผิดชอบการส่งเสริมความสัมพันธ์ในทุกมิติระหว่างไทยกับอิรักด้วย เห็นว่า หลายพื้นที่ของอิรัก โดยเฉพาะ “เขตปกครองตนเองเคอร์ดิสถาน (Kirdistan Regional Government หรือ KRG) เป็นพื้นที่มีสถานการณ์ความปลอดภัยของอิรัก ถือเป็น “โอกาสทอง” ของสินค้าไทยหลายชนิด

        โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ข้าวไทย” ซึ่งน่าจะทำตลาดได้ดีใน “เออร์บิล” และ “สุไลมานียา” สองในสามเมืองสำคัญของ KRG ที่มีประชากรรวมกันกว่า 3 ล้านคน และมีความต้องการข้าวกว่าปีละ 1.2 แสนตัน

        มีปัจจัยบวกอีกอย่างน้อย 2 ประการที่จะเป็นตัวช่วยให้ข้าวไทยเจาะตลาดอิรักได้มากยิ่งขึ้น ประการแรก ในเดือนเมษายน 2557 รัฐบาลอิรักจะยุติการผูกขาดการซื้อข้าวโดยรัฐบาลกลาง  จะให้อำนาจแก่ท้องถิ่นทั้ง 18 จังหวัดจัดซื้อข้าวได้เอง และ ประการที่สอง การที่รัฐบาลอิรักมีนโยบายแจกข้าวฟรีแก่ประชาชนทั่วไปที่มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป ซึ่งมีประมาณ 30 ล้านคน คนละ 3 กิโลกรัมต่อเดือน ซึ่งทำให้อิรักมีความต้องการนำเข้าข้าวปีละไม่ต่ำกว่าปีละ 1.5 ล้านตัน
      
        “ปัจจุบันตลาดอิรักมีความต้องการข้าวไทยในปริมาณสูงมาก เนื่องจากชาวอิรักชอบบริโภคข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งมีคุณภาพดีกว่าข้าวบาสมาติ และราคาข้าวไทยมีแนวโน้มต่ำลงเมื่อเทียบกับราคาข้าวบาสมาติที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น” ผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของเมืองเออร์บิลและเมืองสุไลมานียาแจ้งกับ “ทีมประเทศไทยประจำอิรัก” นำโดยเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน (นายพิริยะ เข็มพล) ซึ่งได้ไปเยือน KRG เพื่อหาลู่ทางส่งเสริมการค้าการลงทุนระหว่างไทยกับ KRG เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

        จากบริบทต่างๆ ข้างต้น  สถานเอกอัครราชทูตฯ มีความเห็นว่า ผู้ส่งออกข้าวไทยควรเร่งทำตลาด “ข้าวคุณภาพดี” ในอิรัก เพราะเป็นตลาดใหญ่และมีความต้องการซื้อสูง โดยอาจเริ่มเจาะที่ KRG ซึ่งเป็นเพื้นที่ที่มีความปลอดภัยและเดินทางสะดวก ตลอดจนมีการสร้างเมืองใหม่อย่างต่อเนื่อง              

        ผู้ประกอบการค้าข้าวไทยที่สนใจจะส่งออกไปยังเมืองเออร์บิลและสุไลมานียา สามารถ ติดต่อโดยตรงกับผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของที่นั่น ซึ่งทีมประเทศไทยฯ ได้ไปปูทางไว้แล้ว ตามรายละเอียด ดังนี้

     1)    เมืองเออร์บิล (ต้องการข้าวหอมมะลิ ปีละประมาณ 30,000 – 40,000 ตัน)
Mr. Bakhteyar S. Amen, General Manager
Bakhteyare Co.
โทรศัพท์ : +964 750 445 1066  หรือ  +964 770 445 1066
Email : [email protected] หรือ [email protected]
Website : www.bakhteyar.com

     2)    เมืองสุไลมานีย์ (ต้องการข้าวขาวเกรดเอ ปีละประมาณ 70,000 – 80,000 ตัน)
Mr. Jotyar Hasan Kalary
North Falcon Import&Export L.L.C
โทรศัพท์ : +964 748 158 2707
โทรศัพท์มือถือ : +964 770 158 2707
Fax : +964 748 022 3525
Email : [email protected]  หรือ   [email protected]



ขอบคุณรูปภาพจาก : www.uasean.com
19 มีนาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอัมมาน
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ