การเยือนภูมิภาคเอเชียของประธานาธิบดีสหรัฐฯ

การเยือนเอเชียของผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ชาติพันธมิตรเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาค หลังจากที่เขาได้ยกเลิกการเยือนเอเชียเมื่อ 7 เดือนก่อน เนื่องจากภาวะปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐฯ (U.S. Government Shutdown)
นาย Jay Carney โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า การเยือนของนาย Obama จะมุ่งเน้นการเจรจาด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ประเด็นด้านความมั่นคงในภูมิภาคและการแผ่ขยายอำนาจของจีนถูกมองว่าอาจเป็นประเด็นหลักในการหารือ
นาย Philip J. Crowley อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเยือนในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสให้สหรัฐฯ ได้กระชับความสัมพันธ์ในระดับผู้นำกับชาติพันธมิตรต่าง ๆ รวมทั้งจะทำให้สหรัฐฯ ได้ปรับสถานะและบทบาทที่มีต่อภูมิภาคเอเชียเพื่อถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาค นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังสามารถใช้โอกาสนี้ในการปรับความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมถึงความสัมพันธ์กับจีน
นาย Obama มีกำหนดเข้าพบและหารือทวิภาคีร่วมกับผู้นำของทั้ง 4 ประเทศ โดยเขาคาดว่าการเจรจาหารือจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตร และปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเกิดข้อพิพาทระหว่างกันในเรื่องการอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะและประเด็นทางประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ต้องการให้พันธมิตรทั้งสองร่วมมือกันเพื่อสกัดกั้นโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ
ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีน เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาระหว่างการสนทนาของผู้นำสหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยนาย Shinzo Abe นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต้องการให้สหรัฐฯ แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการให้การสนับสนุนและการป้องกันทางทหารแก่ญี่ปุ่น สืบเนื่องจากข้อพิพาทกับจีนในการอ้างสิทธิเหนือเกาะ Senkaku หรือเกาะ Diaoyu ซึ่งนาย Obama ได้เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า สหรัฐฯ ไม่สนับสนุนความพยายามฝ่ายเดียวในการอ้างสิทธิการบริหารเหนือเกาะ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังต้องการให้ญี่ปุ่นมีบทบาทในการรักษาความมั่นคงของตนเพิ่มมากขึ้น
นาย Obama ยังต้องการเร่งรัดการเจรจาทางเศรษฐกิจตามข้อตกลง Trans-Pacific Partnership (TPP) ที่มีความล่าช้าเนื่องจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังไม่สามารถตกลงกันเรื่องอัตราภาษีสินค้าเกษตร จึงทำให้กระบวนการเจรจาทั้งหมดร่วมกับอีก 12 ประเทศต้องล่าช้าออกไป
แหล่งข้อมูล : http://www.easybranches.co.th
15 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
เว็บไซต์ US Watch
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
