การเยือนภูมิภาคเอเชียของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
การเยือนภูมิภาคเอเชียของประธานาธิบดีสหรัฐฯ
    นาย Barack Obama ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เริ่มต้นภารกิจการเยือนประเทศพันธมิตรของสหรัฐฯ ในทวีปเอเชียระหว่างวันที่ 23 – 29 เมษายน 2557 โดยมีกำหนดเดินทางไปยัง 4 ประเทศ ได้แก่ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย และฟิลิปปินส์ตามลำดับ

    การเยือนเอเชียของผู้นำสหรัฐฯ ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้ชาติพันธมิตรเกี่ยวกับบทบาทของสหรัฐฯ ในภูมิภาค หลังจากที่เขาได้ยกเลิกการเยือนเอเชียเมื่อ 7 เดือนก่อน เนื่องจากภาวะปิดทำการของรัฐบาลสหรัฐฯ (U.S. Government Shutdown)

    นาย Jay Carney โฆษกทำเนียบขาวเปิดเผยว่า การเยือนของนาย Obama จะมุ่งเน้นการเจรจาด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก อย่างไรก็ดี ประเด็นด้านความมั่นคงในภูมิภาคและการแผ่ขยายอำนาจของจีนถูกมองว่าอาจเป็นประเด็นหลักในการหารือ

    นาย Philip J. Crowley อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ เปิดเผยว่า การเยือนในครั้งนี้ จะเป็นโอกาสให้สหรัฐฯ ได้กระชับความสัมพันธ์ในระดับผู้นำกับชาติพันธมิตรต่าง ๆ รวมทั้งจะทำให้สหรัฐฯ ได้ปรับสถานะและบทบาทที่มีต่อภูมิภาคเอเชียเพื่อถ่วงดุลอำนาจในภูมิภาค นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังสามารถใช้โอกาสนี้ในการปรับความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ รวมถึงความสัมพันธ์กับจีน

    นาย Obama มีกำหนดเข้าพบและหารือทวิภาคีร่วมกับผู้นำของทั้ง 4 ประเทศ โดยเขาคาดว่าการเจรจาหารือจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับชาติพันธมิตร และปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างชาติพันธมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ซึ่งกำลังเกิดข้อพิพาทระหว่างกันในเรื่องการอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะและประเด็นทางประวัติศาสตร์ ทั้งนี้ สหรัฐฯ ต้องการให้พันธมิตรทั้งสองร่วมมือกันเพื่อสกัดกั้นโครงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

    ความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและจีน เป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่จะถูกหยิบยกขึ้นมาระหว่างการสนทนาของผู้นำสหรัฐฯ และญี่ปุ่น โดยนาย Shinzo Abe นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นต้องการให้สหรัฐฯ แสดงท่าทีที่ชัดเจนในการให้การสนับสนุนและการป้องกันทางทหารแก่ญี่ปุ่น สืบเนื่องจากข้อพิพาทกับจีนในการอ้างสิทธิเหนือเกาะ Senkaku หรือเกาะ Diaoyu ซึ่งนาย Obama ได้เคยให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ญี่ปุ่นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า สหรัฐฯ ไม่สนับสนุนความพยายามฝ่ายเดียวในการอ้างสิทธิการบริหารเหนือเกาะ นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังต้องการให้ญี่ปุ่นมีบทบาทในการรักษาความมั่นคงของตนเพิ่มมากขึ้น

    นาย Obama ยังต้องการเร่งรัดการเจรจาทางเศรษฐกิจตามข้อตกลง Trans-Pacific Partnership (TPP) ที่มีความล่าช้าเนื่องจากสหรัฐฯ และญี่ปุ่นยังไม่สามารถตกลงกันเรื่องอัตราภาษีสินค้าเกษตร จึงทำให้กระบวนการเจรจาทั้งหมดร่วมกับอีก 12 ประเทศต้องล่าช้าออกไป




แหล่งข้อมูล : http://www.easybranches.co.th

15 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล: เว็บไซต์ US Watch
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ