เตือนนักธุรกิจก่อนจะไปลงทุน ต้องรู้ไว้ "สถานการณ์ประท้วงต่อต้านจีนในเวียดนาม"
เตือนนักธุรกิจก่อนจะไปลงทุน ต้องรู้ไว้ "สถานการณ์ประท้วงต่อต้านจีนในเวียดนาม"
        เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 2557 แรงงานชาวเวียดนามหลายพันคนได้จัดการชุมนุมประท้วงต่อต้านจีนที่ได้เคลื่อนย้ายแท่นขุดเจาะน้ำมันไปตั้งในเขตเศรษฐกิจจำเพาะของเวียดนาม ใน จ.บิ่งเยืองและ จ.ด่งไน และได้เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นโดยเปลี่ยนเป้าหมายจากการชุมนุมเชิงสัญลักษณ์เป็นการสร้างความเสียหายต่อโรงงานและทรัพย์สินของชาวจีน โดยได้บุกเข้าไปในโรงงานจีนและไต้หวัน ทำลายทรัพย์สิน บังคับให้คนงานหยุดงานและชักชวนให้เข้าร่วมการประท้วง โรงงานจีนและไต้หวันหลายแห่งได้รับความเสียหาย
        คาดว่าเนื่องจากผู้ประท้วงไม่สามารถแยกแยะระหว่างจีนกับไต้หวัน โดยพิจารณาจากอักษรภาษาจีนใน ป้ายชื่อกิจการ นอกจากนั้นยังมีโรงงานของเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และสิงคโปร์ได้รับความเสียหายด้วย
          เมื่อวันที่ 15 พ.ค. 2557 มีการชุมนุมประท้วงและบุกเข้าไปทำลายทรัพย์สินในโรงงาน จีนในลักษณะเดียวกันใน จ.ห่าติงห์ โดยสื่อต่างชาติรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 21 คน และบาดเจ็บมากกว่า 100 คน ในขณะนี้ ชาวจีนและไต้หวันรู้สึกหวาดผวาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และจำนวนมากได้ เริ่มเดินทางออกจากเวียดนามแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุนของเวียดนามแจ้ง ว่าจนถึงวันที่ 16 พ.ค. 2557 มีกิจการที่ได้รับความเสียหายรวม 400 แห่ง
          ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวเวียดนามในพื้นที่ตามหัวเมืองสำคัญของเวียดนาม ได้แก่ กรุงฮานอย นครโฮจิมินห์ นครดานัง และเมืองเว้ก็ได้มีการชุมนุมประท้วงเช่นกัน แต่มีจำนวนในหลักร้อยและเป็นไปอย่างสงบและใช้เวลาไม่นาน โดยคาดว่าจะมีการชุมนุมต่อเนื่องในอีกหลายสัปดาห์ สื่อมวลชนในไทยรายงานว่า การชุมนุมประท้วงของแรงงานชาวเวียดนามได้ลุกลามไปถึง 22 จังหวัดในเวียดนามแล้ว
          นับถึงขณะนี้ ยังไม่มีรายงานคนไทยได้รับบาดเจ็บ แต่มีบริษัทไทยจำนวนหนึ่งและนิคมอุตสาหกรรมของไทยได้รับความเสียหาย ซึ่ง สกญ. ณ นครโฮจิมินห์อยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูลความเสียหายเพื่อส่งให้ทางการเวียดนามพิจารณาชดเชยค่าเสียหายอย่างเป็นธรรม และหากมีความจำเป็น สกญ.จะอพยพคนงานไทยในโรงงานไต้หวันที่ จ.บิ่งเยืองที่ได้รับความเสียหายมายังนครโฮจิมินห์เพื่อส่งตัวกลับประเทศไทย
          สกญ. ณ นครโฮจิมินห์ได้รับทราบและยืนยันจากทางการเวียดนามว่าชาวเวียดนามวางแผนจะจัดการประท้วงต่อต้านจีนครั้งใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ 18 พ.ค. 2557 ซึ่งรัฐบาลเวียดนามจะพยายามรักษาความสงบเรียบร้อยโดยมิให้เกิดความรุนแรงขึ้น ทั้งนี้ สกญ. ณ นครโฮจิมินห์ได้ออกประกาศแจ้งเตือนชาวไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อยู่ในที่พำนักและไม่เข้าไปในบริเวณที่เสี่ยงต่อความรุนแรงในวันดังกล่าว
          การประท้วงในครั้งนี้ ถือว่าเป็นเหตุการณ์ความไม่สงบที่รุนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในเวียดนามในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และอาจเป็นการปะทะกันระหว่างจีนกับเวียดนามที่รุนแรงที่สุดตั้งแต่ปี ค.ศ.1979




แหล่งข้อมูลอ้างอิงรูปภาพ : http://hilight.kapook.com/view/102252
23 พฤษภาคม 2557
แหล่งข้อมูล: กองเอเชียตะวันออก ๒ กรมเอเชียตะวันออก กระทรวงการต่างประเทศ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ