“ไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012” โรคร้ายที่คนไทยไม่ควรมองข้าม

จากรายงานขององค์การอนามัยโลก ระหว่างเดือน ก.ย. 2555 – 26 เม.ย. 2557 มีผู้ป่วยด้วยโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 262 ราย ใน 15 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย จอร์แดน กาตาร์ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อังกฤษ ฝรั่งเศส เยอรมนี ตูนีเซีย อิตาลี โอมาน คูเวต มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ กรีซ และอียิปต์”
ในจำนวนนี้ เสียชีวิตไปแล้ว 93 ราย
กระทรวงสาธารณสุขของไทยได้เผยแพร่คำแนะนำในการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโคโรน่า เพื่อให้เราได้รู้จักและระมัดระวังโรคนี้กันให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ขอประชาสัมพันธ์ข้อมูลดังกล่าวมาอีกทางหนึ่ง ณ ที่นี้
พาหะยังไม่ชัดเจน
“อูฐ” เป็นพาหะที่น่าสงสัยมากที่สุดในการแพร่เชื้อโรคชนิดนี้สู่มนุษย์ แต่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเกิดจากการสัมผัสทางตรงหรือทางอ้อม ปัจจุบันยังคงมีการตรวจสอบเพื่อหาแหล่งที่นำมาสู่การติดเชื้อต่อไป
อาการของโรค
ผู้ป่วยจะมีไข้ ไอ ปอดบวม หายใจเร็ว อาจมีอาเจียนและท้องเสียร่วมด้วย ในผู้ป่วยที่มีอาการแทรกซ้อนรุนแรงและเสี่ยงต่อการเสียชีวิตนั้นจะพบปอดอักเสบติดเชื้อรุนแรง ไตวาย ฯลฯ
ส่วนการรักษา เป็นการรักษาแบบประคับประคอง ยังไม่มีวัคซีนและยาที่รักษาโดยตรง
คำแนะนำ
- ควรระมัดระวังเป็นพิเศษหากเข้าชมฟาร์ม พื้นที่โรงเก็บผลผลิตทางการเกษตร และในตลาดที่มีอูฐอยู่
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสอูฐและการดื่มน้ำนมดิบจากอูฐหรือน้ำนมจากอูฐที่ยังไม่ผ่านการฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงการ
- กินอาหารที่ไม่สะอาด เนื่องจากอาจมีการปนเปื้อนสารคัดหลั่งของสัตว์หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่านการล้าง ปอกเปลือก หรือปรุงให้สุก
- กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ
- หลีกเลี่ยงการคลุกคลีกับผู้ป่วยที่มีอาการไอ/จาม
- หลีกเลี่ยงการอยู่ในพื้นที่แออัดและใส่หน้ากากอนามัยเมื่อจำเป็น
- ล้างมือด้วยน้ำและสบู่
- หลังกลับมาประเทศไทยให้สังเกตว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่อีก 30 วัน หากมีอาการคล้ายไข้หวัดควรพบแพทย์ทันที
ทั้งนี้ ในไทยยังไม่มีรายงานการตรวจพบผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสโคโรน่า สายพันธุ์ใหม่ 2012 แต่ก็ถือว่ามีความเสี่ยงอยู่ไม่น้อย เพราะมีชาวไทยจำนวนมากเดินทางไปในพื้นที่ที่มีการระบาดของโรคดังกล่าว เช่น เดินทางไปแสวงบุญ ท่องเที่ยว และทำงานใช้แรงงานในประเทศตะวันออกกลางตลอดทั้งปี
หากเกิดการติดเชื้อและกลับเข้ามาแพร่เชื้อจนเกิดการระบาดภายในประเทศ ผลกระทบวงกว้างที่อาจเกิดขึ้นจากการระบาดของโรคล้วนมีผลเสียมากมายต่อสุขภาพ เศรษฐกิจ การส่งออก สังคมและความมั่นคงของประเทศ
หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติม ดูได้จากเว็บไซต์ของสำนักโรคติดต่ออุบัติใหม่ กรมควบคุมโรค http://beid.ddc.moph.go.th หรือศูนย์ปฏิบัติการกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ขอบคุณรูปภาพจาก : ib1supaporn.blogspot.com
26 พฤษภาคม 2557
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
