นางสาว Dalia Grybauskaite ได้รับเลือกตั้งเป็น ปธน. ลิทัวเนีย สมัยที่สอง
นางสาว Dalia Grybauskaite ได้รับเลือกตั้งเป็น ปธน. ลิทัวเนีย สมัยที่สอง
         เมื่อวันที่ 26 พ.ค. 2557 เว็บไซต์ กกต. ลิทัวเลีย ได้ประกาศผลการเลือกตั้ง ปธน. รอบที่สอง อย่างไม่เป้นทางการ ซึ่งมีขึ้นเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 2557 ว่านางสาว Dalia Grybauskaite ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งตำแหน่ง ปธน. โดยได้รับคะแนนเสียง ร้อยละ 57.87 มากกว่าคู่แข่งคือนาย Zigmantas Balcytis ที่ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 40.14 ทั้งนี้การเลือกตั้งรอบสองมีขึ้นเพื่อตัดสินผลระหว่างผู้ลงสมัครสองคนที่ได้รับเสียงมากที่สุดในการเลือกตั้งรอบแรกเมื่อวันที่ 11 พ.ค. 2557
         นางสาว Grybauskaite นับเป็น ปธน. คนแรกของลิทัวเนียที่ดำรงตำแหน่งต่อกันสองวาระ ปัจจุบัน อายุ 58 จบการศึกษาระดับปริญญาเอกจาก Moscow Academy of Public Sciences และเริ่มต้นงานในด้านการเมืองในการเป็นผู้อำนวยการโครงการในสำนักนายกรัฐมนตรีในปี 2534 เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ อาทิ รมว. คลัง ระหว่างปี 2544-2547 และได้รับเลือกเป็น EU commissioner ดูแลกำกับด้านการบริการการเงินการคลัง และได้รับเลือกตั้งเป็น ปธน. สมัยแรกเมื่อปี 2552 พร้อมกับฉายา “หญิงเหล็ก (lron Lady)” ซึ่ง lron Lady เป็นฉายาที่รู้จักของนาง Margaret Thatcher อดีต นรม. สหราชอาณาจักร โดยที่นาง Grybauskaite เคยให้สัมภาษณ์ว่ามีนาง Thatcher เป็นแบบอย่างในการเล่นการเมือง
         ทั้งนี้ ในการหาเสียงการเลือกตั้งสมัยที่สอง นางสาว Grybauskaite ได้ชูนโยบายในเรื่องความมั่นคงชองชาติ และประณามนโยบายการต่างประเทศของรัสเซียเป็นหลัก ซึ่งชาวลิทัวเนียได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดีและสอดคล้องกับสถานการณ์การเมืองในภูมิภาคที่ลิทัวเนีย และประเทศในกลุ่มบอลติก ต่างเห็นรัสเซียเป็นภัยคุกคามทางความมั่นคงจากกรรีของไครเมียและความไม่สงบทางการเมืองของยูเครน โดยลิทัวเนียเองก็ มีประชากรที่มีเชื้อชาติรัสเซียประมาณร้อยละ 6 นอกจากนี้ ในด้านนโยบายการต่างประเทศในเวทียุโรป นาง Grybauskaite ยังเรียกร้องให้สหภาพยุโรปเพิ่มความเข้มแข็งและความเป็นปึกแผ่น เพื่อทัดทางความทะเยอทะยานที่จะขยายอิทธิพลของรัสเซีย และยังต้องการให้สหภาพยุโรปกระชับและเพิ่มความร่วมมือกับยูเครนและประเทศอดีตสมาชิกสหภาพโซเวียต อาทิ จอร์เจียและมอลโดวา อีกด้วย




แหล่งข้อมูลอ้างอิงรูปภาพ : http://www.toptenthailand.com/topten/detail/20131127114012607
5 มิถุนายน 2557
แหล่งข้อมูล: กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ