สาขาการลงทุนที่ไทยมีศักยภาพที่จะเข้าไปลงทุนในฮังการีและกฎระเบียบหรือแนวปฏิบัติของฮังการี
สาขาการลงทุนที่ไทยมีศักยภาพที่จะเข้าไปลงทุนในฮังการีและกฎระเบียบหรือแนวปฏิบัติของฮังการี
          สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบูดาเปสต์ได้รายงานข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสาขาการลงทุนที่ไทยมีศักยภาพที่จะเข้าไปลงทุนในฮังการีและกฎระเบียบหรือแนวปฏิบัติของฮังการีที่อาจเป็นอุปสรรคในการลงทุนของไทย ดังนี้

1.  สาขาการลงทุนที่ไทยมีศักยภาพในการเข้าไปลงทุนในสหภาพยุโรป
ด้านเกษตรกรรม
         – ฮังการีเป็นประเทศเกษตรกรรมที่มีศักยภาพ ที่ไทยสามารถใช้ประโยชน์ตอบสนองนโยบายครัวไทยสู่ครัวโลกได้ โดยภาคการเกษตรของฮังการียังมีศักยภาพที่จะพัฒนาได้อีก มีวัตถุดิบที่มีคุณภาพและราคาไม่สูง โดยผลผลิตสำคัญคือ ข้าวสาลี ข้าวโพด เมล็ดทานตะวัน มันฝรั่ง แอปเปิ้ล พลัม พริกหยวก หัวบีท สุกร โค และสัตว์ปีกยกเว้นสัตว์น้ำซึ่งยังต้องพัฒนาอีกมาก ซึ่งนักลงทุนของไทยอาจเข้ามาลงทุนในภาคการเกษตรหรือการแปรรูปผลผลิตทางเกษตรเพื่อส่งออกไปยังประเทศในภูมิภาคยุโรปได้

ด้านปศุสัตว์
     – ฮังการีมีชื่อเสียงด้านการเลี้ยงสุกรพันธุ์ Mangalica ซึ่งเป็นสุกรคุณภาพดี รสชาติดี โดยมีหลายประเทศ อาทิ ญี่ปุ่น ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญมาเรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงสุกรชนิดนี้ยังอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่สูงกว่า จึงทำให้มีปริมาณสินค้าน้อยกว่าความต้องการของผู้บริโภค

ด้านการท่องเที่ยว
     – ฮังการีมีศักยภาพและชื่อเสียงในด้านน้ำแร่และน้ำพุร้อน ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปอาบน้ำแร่เพื่อสุขภาพและรักษาโรคจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางที่มีศักยภาพใช้จ่ายสูง และโดยที่โรงแรมในโรงอาบน้ำแร่และภาคการบริการอื่นๆ ยังไม่มีคุณภาพสูงมาก อาจเป็นโอกาสของนักลงทุนในธุรกิจบริการ อาทิ ธุรกิจด้านโรงแรม สปาเพื่อสุขภาพ

2. กฎระเบียบหรือแนวปฏิบัติที่อาจเป็นอุปสรรคในการลงทุนของไทยในสหภาพยุโรป

     – กฎหมายเกี่ยวกับการซื้อและถือครองที่ดินโดยคนต่างชาติอาจเป็นอุปสรรคต่อการลงทุนของต่างชาติ โดยกฎหมายที่ดินของฮังการี (1994/LV Act on soil and land) ระบุว่า บุคคลหรือบริษัทต่างชาติไม่ได้รับอนุญาตให้ครอบครองที่ดินเพื่อทำการเกษตรกรรมในฮังการีได้ ซึ่งการห้ามดังกล่าวขัดต่อกฎระเบียบของ EU ที่ระบุให้ฮังการีต้องปรับกฎหมายภายใน ภายในระยะเวลา ๗ ปีหลังการเข้าเป็นสมาชิก EU แต่ฮังการีได้ยื่น Hungarian land moratorium เมื่อปี ค.ศ. ๒๐๑๑ เพื่อขอขยายระยะเวลาในการบังคับใช้กฏหมายออกไปอีก ๓ ปี ซึ่งจะสิ้นสุด

    ในปี ค.ศ. ๒๐๑๔ ทั้งนี้ หากไม่มีการขอขยายอีก- ปัจจุบัน มีการร้องเรียนเกี่ยวกับการเก็บภาษีที่เอื้อประโยชน์เฉพาะบริษัทท้องถิ่น และฮังการีมีดัชนีด้านความโปร่งใสและการคุ้มครองผู้ลงทุนในอัตราที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานของประเทศในยุโรปและเอเชียกลาง

    อย่างไรก็ดี ฮังการีตั้งอยู่ในจุดศูนย์กลางของยุโรป สะดวกที่จะเป็นศูนย์กระจายสินค้าไปยังภูมิภาคอื่นๆ ของยุโรป ถึงแม้ว่าฮังการีจะไม่มีทางออกสู่ทะเล แต่ก็อยู่ใกล้เมืองท่าสำคัญ อาทิ Rijeka ในโครเอเชีย หรือ Koper ในสโลวีเนีย รวมถึงมีระบบขนส่งสาธารณะที่ดี มีแรงงานที่มีทักษะ/การศึกษาสูงและค่าแรงต่ำ โดยในปัจจุบัน บริษัทต่างชาติหลายแห่งได้เข้ามาลงทุนในฮังการี เพื่อใช้ฮังการีเป็นฐานในการกระจายสินค้า อาทิ บริษัท Hua Wei ของจีน ซึ่งหากนักลงทุนไทยมาลงทุนในฮังการี จะสามารถใช้ฮังการีเป็นฐานในการกระจายสินค้าไปยังภูมิภาค

    ปัจจุบัน มีนักลงทุนไทยมาลงทุนในฮังการีเพียง ๑ บริษัท คือ บริษัท Thai President Foods (Hungary) KFT นอกจากนี้ ฮังการีใช้ภาษาท้องถิ่นในการติอต่อสื่อสารโดยรวม ซึ่งอาจเป็นข้อจำกัดของนักลงทุนต่างชาติ
13 มิถุนายน 2557
แหล่งข้อมูล: สนับสนุนข้อมูลโดย สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบูดาเปสต์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • สรุปสถานการณ์เศรษฐกิจฮังการีในปี 2560
  • บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเชิญร่วมงาน Sarajevo Business Forum 2017
  • ปฏิทินงานแสดงสินค้าประจำปี 2560 ของมอนเตเนโกร
  • อัตราการเติบโตของ GDP ฮังการีในไตรมาสแรกของปี 2559 ลดลงจากไตรมาสสุดท้ายของปี 2558 แต่คาดว่าตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปียังมีแนวโน้มที่ดี
  • ฮังการี เป็นประเทศที่มีความโดดเด่นใน ด้านวิทยาศาตร์ เทคโนโลยี และความคิดสร้างสรรค์ อีกด้วย โดยมีนักวิทยาศาสตร์ที่เคยได้รับรางวัลโนเบลในสาขาแพทย์ศาสตร์ ฟิสิกส์ และเคมีจำนวนรวมกันถึง 11 คน
  • 1.ภาวะด้านการค้าระหว่างประเทศของฮังการี
    ปัจจัยที่แสดงให้เห็นถึงพัฒนาการด้านบวกของฮังการีมีดังนี้

                    1) ปริมาณตัวเลขการค้าระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น – ตัวเลขการค้าระหว่างประเทศของฮังการีแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการในด้านบวกของเศรษฐกิจฮังการี โดยรายรับจากทั้งการส่งออกและนำเข้ามีอัตราสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2558 ฮังการีได้เปรียบดุลการค้าอยู่ถึง 288 ล้านยูโร โดยปริมาณการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 7.7 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา จากยอดการส่งออกรวมที่ 929 พันล้านยูโร โดยปริมาณการค้าส่วนใหญ่เป็นการค้ากับประเทศสมาชิก EU โดยสินค้าส่งออกที่ทำให้ฮังการีได้เปรียบดุลการค้าคือเครื่องจักรกล ซึ่งเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20 ต่างกับที่ผ่านมาที่สินค้าหลักที่สร้างกำไรให้ภาคการส่งออกสูงสุดคืออุตสาหกรรมอาหารและวัตถุดิบด้านการเกษตร...

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ