รายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจสิงคโปร์ (เม.ย. – มิ.ย. 57)
รายงานเกี่ยวกับเศรษฐกิจสิงคโปร์ (เม.ย. – มิ.ย. 57)
รายงานเกี่ยวกับพัฒนาการและสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจของ สิงคโปร์ช่วงไตรมาสที่สอง (เม.ย.-มิ.ย. 57) ดังนี้

ทั่วไป
          คาดว่า ศก. จะขยายตัวประมาณร้อยละ 3.8 ต่อปี ซึ่งถือว่าดีกว่าการคาดการณ์ในตอนแรก อัตราการว่างงานจะค่อนข้างต่ำ (ร้อยละ 1.9) โดยภาคการผลิตจะขยายตัวร้อยละ 5.6 (ปีที่แล้วขยายตัวเพียงร้อยละ 1.7) เนื่องจากมีการสั่งซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นจากสหรัฐ ญี่ปุ่น อียู และ เอเชียเพิ่มขึ้น แม้ว่าดัชนี Purchasing Managers Index (PMI) จะอยู่ที่ 49.7 ซึ่งต่ำกว่า 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 9 เดือน
        ภาคบริการจะขยายตัวเพียงเล็กน้อย (ร้อยละ 2.1 ในปีนี้) ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากสถานการณ์ในไทยและเหตุการณ์ MH370 ทำให้ภาคการท่องเที่ยวโดยรวมชะลอตัว และส่งผลกระทบต่อภาคบริการ (โรงแรมร้านอาหาร ฯลฯ) ในสิงคโปร์
        การส่งออกไปยังจีนคาดว่าจะเพิ่มขึ้นร้อยละ 9 ต่อปี และอาจจะแทนที่มาเลเซีย ในฐานะแหล่งส่งออกอันดับ 1 สิงคโปร์ ภายในปี 2030
        อย่างไรก็ดี คาดว่า ภาคการผลิตโดยรวมมีแนวโน้มกดตัวลงอีก โดยเฉพาะการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะทำให้การจ้างงานในภาคดังกล่าวลดลงด้วย ทำให้บริษัทต้องย้ายไปตั้งโรงงานใน ปท. อื่นๆ นอกจากนี้ มีแนวโน้มว่า ค่าจ้าง (wage) จะเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะมีผลทำให้ช่องว่างระหว่างรายได้ลดลง
        รัฐบาลสิงคโปร์ จะเพิ่มการลงทุนเรื่อง R&D เป็นร้อยละ 3.5 ของ GDP ในช่วง 5 ปีข้างหน้า และคาดว่าสิงคโปร์จะนำเข้าสินค้าประเภท ICT เพิ่มขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมา สิงคโปร์ส่งออกสินค้า high-tech เป็นอันดับ 4 ของโลก โดยมีมูลค่าส่งออกว่าร้อยละ 6.8 ของปริมาณสินค้า high-tech ทั้งหมด (อันดับหนึ่งคือจีน ที่ร้อยละ 36.5 ตามด้วยฮ่องกง ที่ร้อยละ 13 และสหรัฐฯ ที่ร้อยละ 9.6) โดยสินค้าประเภท IT มีปริมาณกว่าร้อยละ 39 ของสินค้าส่งออกทั้งหมดของสิงคโปร์)
        อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 2.5 เมื่อเดือน เม.ย. จากร้อยละ 1.2 เมื่อไตรมาสแรก เนื่องมาจากราคารถยนต์ที่เพิ่มขึ้น (ราคาค่าธรรมเนียม Certificate of Entitlement) นอกจากนี้ ราคาอาหาร ที่อยู่อาศัย สันทนาการ การศึกษาและการรักษาพยาบาลก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย ทั้งนี้ อัตรา core inflation เพิ่มเป็นร้อยละ 2.3 จากร้อยละ 2 ในช่วงเดือนก่อนหน้า
รายงานของ EIU ประเมินว่าสิงคโปร์ จะเป็นเมืองที่มีความสามารถในการแข่งขันสูงสุดในเอเชียและเป็นอันดับ 3 ของโลกภายในปี 2025 (ประเมินจากความสามารถในการดึงดูดเงินลงทุน ทุนมนุษย์ ธุรกิจและนักท่องเที่ยว)
        IMD World Competitive Poll 2013 จัดสิงคโปร์อยู่ที่อันดับที่ 5 รองจากสหรัฐฯ สวิตเซอร์แลนด์ ฮ่องกงและสวีเดน ในขณะที่ WEF Global Competitiveness Report จัด สิงคโปร์อยู่อันดับที่ 2 รองจากสวิตเซอร์แลนด์

*** สนใจ!!! สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ มุมสมาชิก
18 มิถุนายน 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ สิงคโปร์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ