อาหาร เฟอร์นิเจอร์ และการคมนาคมสื่อสาร 3 หมวดสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่ม VAT ของญี่ปุ่น
อาหาร เฟอร์นิเจอร์ และการคมนาคมสื่อสาร  3 หมวดสินค้าที่ได้รับผลกระทบจากการปรับเพิ่ม VAT ของญี่ปุ่น
        การปรับขึ้นภาษีผู้บริโภคจากเป็นร้อยละ 8 ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา ทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นมีการบริโภคต่ำลง แต่หลายฝ่ายยังเชื่อมันว่า ในระยะกลางและยาว เศรษฐกิจจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้น
        ก่อนหน้านี้ ญี่ปุ่นจัดเก็บภาษีผู้บริโภค ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับ VAT ในประเทศอื่นๆ ในอัตราร้อยละ 5 และในอนาคต มีแผนจะปรับเพิ่มเป็นร้อยละ 10 ในปี 2558
        จากการปรับภาษีในครั้งนี้ 3 หมวดสินค้าที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก คือ อาหาร (อาทิ อาหารกระป๋อง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป เครื่องปรุงรสและเหล้า) เฟอร์นิเจอร์และของแต่งบ้าน และการคมนาคมและสื่อสาร
ข้าวของเครื่องใช้หลายรายการมีการปรับราคาสูงขึ้น อาทิ หม้อหุงข้าวไฟฟ้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 25.3 เครื่องซักผ้าเพิ่มขึ้น ร้อยละ 10.6 โทรทัศน์เพิ่มขึ้น ร้อยละ 10.1 ค่าอาหาร เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ร้อยละ22.3 ค่าไฟ ค่าแก๊ส และค่าน้ำเพิ่มร้อยละ 14.1
         อย่างไรก็ดี ธนาคารกลางของญี่ปุ่นให้ข้อมูลว่า โดยเฉลี่ย ดัชนีราคาสินค้าและอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบร้อยละ 2 ตามที่คาดการณ์ไว้ กล่าวคือ เดือนเม.ย. อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 1.5 และเดือน พ.ค. อยู่ที่ร้อยละ 1.6
         จากการสำรวจของรัฐบาลญี่ปุ่น ภาคเอกชนส่วนใหญ่ยังเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในเดือน ก.ค.-ก.ย. 57 แม้ว่าสินค้าที่วางจำหน่ายมียอดขายลดลงจากการเพิ่มอัตราภาษี รวมถึงการวางแผนจำหน่ายสินค้าใหม่ๆ ยังคงชะลอตัวก็ตาม
         ประเด็นที่รัฐบาลมีความกังวลมากที่สุด คือ การหดตัวของการบริโภคจากราคาสินค้า ที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจึงพยายยามรณรงค์และขอความร่วมมือจากบริษัทเอกชนให้เพิ่มค่าตอบแทน ทั้งเงินเดือนพื้นฐาน ค่าล่วงเวลา และโบนัส
         จากการสำรวจของสมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น (เคดันเรน) ในปี 2556 บริษัทขนาดใหญ่ของญี่ปุ่นปรับเพิ่มเงินเดือนเฉลี่ยคนละ 7,697 เยน หรือ ร้อยละ 2.39 ขณะที่ภาค SME ยังไม่มีการปรับเพิ่มเงินเดือน
         ในส่วนของผู้ที่มีรายได้ต่ำ โดยเฉพาะครัวเรือนผู้มีรายได้ต่ำที่เลี้ยงดูบุตร รัฐบาลญี่ปุ่นได้ใช้มาตราการบรรเทาผลกระทบโดยการให้เงินช่วยเหลือพิเศษ โดยได้ตั้งงบประมาณไว้เพื่อการนี้ถึง 6 แสนล้านเยน (ประมาณ 2 แสนล้านบาท)
30 มิถุนายน 2557
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ