FPI สนใจบุกตลาดเอกวาดอร์ ปูทางขยายฐานลูกค้า เอกวาดอร์-เปรู-โคลัมเบีย-ชิลี-โบลิเวีย คาดได้ข้อสรุปใน 9 เดือน ก่อนตัดสินใจร่วมเป็นพันธมิตร งานนี้ประหยัด
FPI สนใจบุกตลาดเอกวาดอร์ ปูทางขยายฐานลูกค้า เอกวาดอร์-เปรู-โคลัมเบีย-ชิลี-โบลิเวีย คาดได้ข้อสรุปใน 9 เดือน ก่อนตัดสินใจร่วมเป็นพันธมิตร งานนี้ประหยัด
     ฟอร์จูนพาร์ทฯ เดินหน้าขยายตลาดต่างประเทศ หวังลดความเสี่ยงธุรกิจ ลดผลกระทบการเมืองในประเทศไร้เสถียรภาพ-เศรษฐกิจชะลอ ล่าสุดอยู่ระหว่างศึกษาจับมือพันธมิตรใหม่ในเอกวาดอร์ คาดได้ข้อสรุปภายใน 9 เดือน หวังขยายฐานลูกค้าในเอกวาดอร์-เปรู-โคลัมเบีย-ชิลี-โบลิเวีย หากสำเร็จจะสามารถประหยัดต้นทุนนำเข้า 40 % คาดรายได้ปี 2557 ขยายตัว 15% ตามเป้า

     นายสมพล ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ จำกัด (มหาชน) (FPI) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาแผนร่วมลงทุนกับพันธมิตรในประเทศเอกวาดอร์ เพื่อสร้างโรงงานที่จะเป็นฐานการผลิตอะไหล่ชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศเอกวาดอร์ โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 9 เดือน เพื่อขยายฐานลูกค้าในประเทศเอกวาดอร์ เปรู โคลัมเบีย ชิลี และโบลิเวีย ซึ่งถือเป็นการกระจายความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ขณะเดียวกันยังสามารถประหยัดต้นทุนการนำเข้าได้ถึง 40% ทำให้มีความได้เปรียบในการแข่งขัน

     ทั้งนี้ หากการลงทุนกับพันธมิตรในเอกวาดอร์เกิดขึ้น สัดส่วนการถือหุ้นของ FPI คาดว่าจะอยู่ที่ 45-50% โดยจะมีการลงทุนเครื่องจักรและแม่พิมพ์ในปีแรกประมาณ 12 ตัว เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1.2 ล้านดอลลาร์

     “การขยายตลาดไปต่างประเทศจำเป็นต้องมีพันธมิตร เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการลงทุนสูง และการที่เราร่วมทุนกับพันธมิตรในเอกวาดอร์จะช่วยลดต้นทุนในการขนส่ง (โลจิสติกส์)ถึง 15% และประหยัดต้นทุนนำเข้าถึง 40% เนื่องจากการขนส่งและภาษีนำเข้าค่อนข้างสูง ซึ่งหากมีการสร้างฐานการผลิตจะทำให้ช่วยลดต้นทุนได้ค่อนข้างมากถึง 55% ”นายสมพล กล่าว

     ด้านนางนุศรา ธนาดำรงศักดิ์ รองกรรมการผู้จัดการ กล่าวถึงแผนการดำเนินงานของบริษัทในปี 2557 หาก warehouse แล้วเสร็จตามกำหนดในไตรมาส 3 จะตามแผนจะช่วยให้เดินเครื่องจักรได้อย่างเต็มที่โดยคาดว่าอัตรากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็น 90% ซึ่งจะทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง 10% และสามารถทำให้กำไรเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้ารายได้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะเดียวกันยังเชื่อมั่นว่าหากบริษัทมีการลงทุนแม่พิมพ์ใหม่ๆ ก็จะทำให้รายได้เติบโตเพิ่มขึ้น นอกเหนือจากการขยายฐานลูกค้าในยุโรป และอเมริกา

     โดยปัจจุบัน บริษัทมีออเดอร์ในมือในส่วนของการรับงานโปรเจ็คให้กับค่ายรถยนต์ (OEM) ประมาณ 300-400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการรับงานที่สูงสุดของบริษัท และส่วนการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อะไหล่ทดแทน (REM) มีประมาณ 150 ล้านบาท/เดือน โดยในปีนี้บริษัทสามารถเพิ่มลูกค้าใหม่ได้อีก 3 ประเทศ รวมทั้งสิ้น 121 ประเทศ

     กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟอร์จูน พาร์ท อินดัสตรี้ กล่าวอีกว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 15% ภายใน 3 ปี หากมีการใช้กำลังการผลิตเต็มที่ ขณะที่รายได้หลังหักต้นทุน (Gross Margin) ในปีนี้น่าจะสูงขึ้น ตามค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ซึ่งคาดว่าค่าเฉลี่ยเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์ในปีนี้น่าจะอยู่ที่ระดับ 32-33 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งทำให้โอกาสเติบโตไม่ต่ำกว่า 15% ส่วนกำไรสุทธิหลังหักภาษี (NET Margin) คาดว่าจะเติบโต 3-5%


ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.ryt9.com
3 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: http://www.ryt9.com
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ