สายการบินเอทิฮัด และ สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ร่วมลงนามในสัญญาซ่อมบำรุง
สายการบินเอทิฮัด และ สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ร่วมลงนามในสัญญาซ่อมบำรุง
     พันธมิตรเที่ยวบินร่วม สายการบินเอทิฮัด และ สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ได้ลงนามในข้อตกลงอันครอบคลุมถึงบริการซ่อมบำรุงซึ่งกันและกันใน เมลเบิร์นประเทศออสเตรเลีย และ ลอสแองเจลิสประเทศสหรัฐอเมริกา

     สายการบินเอทิฮัดจะดำเนินการให้บริการซ่อมบำรุงตามกำหนด รวมทั้งการซ่อมบำรุงอื่นๆ แก่เครื่องบินของสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ที่บินสู่เมลเบิร์นที่ โรงซ่อมบำรุงด้านวิศวกรรมของสายการบินฯในทาลามารีน และในขณะนี้สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ได้ให้บริการซ่อมบำรุงอย่างเต็มรูปแบบแก่เครื่องบินของสายการบินเอทิฮัดในลอสแองเจลิสแล้ว
บริการการซ่อมบำรุงที่จะให้บริการในเมลเบิร์น และลอสแองเจลิส อาจครอบคลุมถึงการขนส่ง การตรวจสอบรายวันและรายสัปดาห์ บริการด้านวิศวกรรมตามกำหนดการการซ่อมและดูแลรักษาระบบการบินต่างๆ รวมถึงห้องโดยสาร

     สายการบินเอทิฮัดได้เริ่มต้นให้บริการเที่ยวบินตรงรายวันระหว่าง อาบูดาบีและลอสแองเจลิส เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 ด้วยเครื่องบินแอร์บัส A340-500 ใน 3 ระดับชั้น โดยในกลางเดือนกรกฎาคมนี้ จะเปลี่ยนมาให้บริการโดยเครื่องบินโบอิ้ง 777-200 LR สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ให้บริการเที่ยวบินจาก ลอสแองเจลิส สู่ โอ๊คแลนด์ ลอนดอน-ฮีทโทรว์ และราโรทองกา

     สายการบินแอร์นิวซีแลนด์ให้บริการเฉลี่ยวันละ 5 เที่ยวบินจากเมลเบิร์นสู่โอ๊คแลนด์ ไครสต์เชิร์ชและเวลลิงตัน รวมทั้งเที่ยวบินตามฤดูกาลสู่ควีนส์ทาวน์

     ม.ร. เจฟฟ์ วิลกินสัน รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคนิคของสายการบินเอทิฮัด กล่าวว่า “3 ปีแห่งความสำเร็จด้านพันธมิตรเที่ยวบินร่วม กับสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะสานต่อความสำเร็จนี้ สู่การทำงานร่วมกันทางด้านเทคนิคต่อไป”

     “โรงซ่อมบำรุงของสายการบินเอทิฮัดในเมลเบิร์น ได้มาตรฐานระดับโลกทั้งด้านการบริการและบุคลากร และมีความมุ่งมั่นที่จะให้บริการแก่เครื่องบินของสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ เฉกเช่นบริการซ่อมบำรุงที่ทางสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ได้ให้บริการแก่เราในโรงซ่อมบำรุงที่ทันสมัยของสายการบินฯ ที่ลอสแองเจลิส”

     “เราหวังว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่โอกาสในการจ้างงานที่โรงซ่อมบำรุงของเราที่เมลเบิร์นในอนาคต”

     ม.ร. บรูซ พาร์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายการบินแอร์นิวซีแลนด์ กล่าวว่า ”เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้ร่วมมือกับสายการบินเอทิฮัดทั้งในฐานะลูกค้า และผู้ให้บริการ ทีมงานซ่อมบำรุงของเราในลอสแองเจลิส ได้ให้บริการแก่หลายสายการบิน ซึ่งนับว่าเป็นที่น่ายินดีที่เราได้รวมสายการบินเอทิฮัดไว้ในการให้บริการดังกล่าวด้วย”

     นอกจาก เมลเบิร์น และซิดนีย์ สายการบินเอทิฮัดยังมี โรงซ่อมบำรุงใน ชิคาโก ดับลิน มุมไบ ลาฮอร์ ลอนดอน-ฮีทโทรว์ แมนเชสเตอร์ และสิงคโปร์


ขอบคุณรูปภาพจาก : http://www.ryt9.com
3 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: http://www.ryt9.com
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ