นาย Jean-Claude Juncker ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานคณะกรรมาธิการยุโรป (หัวหน้าฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรป) คนใหม่

ในอดีต คณะมนตรียุโรปสามารถเลือกบุคคลมาดำรงตำแหน่ง ปธ. คณะกรรมาธิการยุโรปด้วยหลัก ฉันทามติ แต่การเสนอชื่อนาย Juncker ครั้งนี้ เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ต้องใช้วิธีการลงมติ โดยมีเพียงนาย David Cameron นรม. สหราชอาณาจักรและนาย Viktor Orban นรม. ฮังการีเท่านั้นที่ออกเสียงคัดค้าน ทั้งที่ก่อนการเลือกตั้งสภายุโรป กลุ่มการเมืองต่างๆ ในสภายุโรปได้ตกลงกันว่า จะรับรองผู้สมัครที่ได้รับการสนับสนุนสูงสุด (top candidate) ของกลุ่มการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง ซึ่งได้แก่นาย Juncker จาก กลุ่ม European People’s Party (กลุ่มพรรคอนุรักษ์นิยมแนวคิดกลาง –ขวา) ให้ดำรงตำแหน่ง ปธ. คณะกรรมาธิการยุโรปเท่านั้น
นาย Juncker มีประสบการณ์ยาวนานในเวที EU โดยนอกจากเคยเป็นผู้ประสานงานระหว่าง ปท. มหาอำนาจใน EU และมีบทบาทสำคัญในการแก้ไขวิกฤตการเงินกลุ่มยูโร ในฐานะอดีต ปธ. กลุ่ม รมว. คลังของกลุ่ม ยูโรแล้ว นาย Juncker ยังมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างบูรณาการทางเศรษฐกิจ การใช้เงินยูโร การมีนโยบาย ตปท. และความมั่นคงร่วมของ EU ตลอดจนการผลักดันสนธิสัญญาลิสบอน จนได้รับรางวัล Charlemagne Prize เมื่อปี 2549 ซึ่งเป็นรางวัลสำหรับผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการรวมตัวใน EU อย่างไรก็ตาม ผู้นำสหราชอาณาจักรและ ฮังการี เกรงว่านาย Juncker ซึ่งมีความเชื่อมั่นในการบูรณาการของ EU อย่างสูง อาจผลักดันให้มีการโอนอำนาจการบริหารจาก ปท. สมาชิกมาอยู่ที่ EU มากขึ้น (EU-centralist) หลายฝ่ายจึงคาดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะยิ่งทำให้ความนิยมใน EU ในสหราชอาณาจักรลดลงอีก และอาจส่งผลกระทบต่อบทบาทของสหราชอาณาจักรใน EU ต่อไปในอนาคต
นาย Juncker มีนโยบายปฏิรูปการทำงานของ EU ให้มีประสิทธิภาพสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนมากขึ้น โดยมุ่งเน้นที่ (1) การกระตุ้นการเจริญเติบโตและการจ้างงาน ลดผลกระทบทางสังคมจากมาตรการรัดเข็มขัด และการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน (2) การเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานโดยเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน (3) การใช้อัตราแลกเปลี่ยนเป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจ (ซึ่งขัดกับความต้องการของเยอรมนี) (4) เพิ่มระดับการมีบูรณาการใน EU ในขณะเดียวกันก็พร้อมที่จะรับฟังความเห็นของ ปท. สมาชิกเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมใน EU (5) สนับสนุนระบบจัดการคนเข้าเมืองและการโยกย้ายถิ่นฐานร่วม เพื่อให้สามารถคัดเลือกแรงงานมีฝีมือจากประเทศนอก EU
ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับประเทศนอกภูมิภาค EU นั้น คาดว่า นโยบายของ EU จะไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก โดยอาจต้องรอดูผลการพิจารณาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งกรรมาธิการด้านการค้า และผู้แทนระดับสูงของสหภาพด้านการ ตปท. และความมั่นคง (เทียบเท่า รมว. กต. ของ EU) ด้วย ทั้งนี้ ในด้านการ ตปท. นาย Juncker สนับสนุนให้ (1) เพิ่มบทบาทของ รมว. กต. ของ EU และเชื่อมโยงนโยบาย ตปท. ของ EU ให้สอดคล้องกับนโยบายด้านอื่น ๆ ของ EU โดยเฉพาะนโยบายด้านการค้าและการเงิน รปท. การให้ความช่วยเหลือเพื่อการพัฒนาแก่ประเทศกำลังพัฒนา (2) เพิ่มบูรณาการด้านนโยบาย ตปท. และกลาโหมในหมู่ ปท. สมาชิก EU เพื่อจัดการภัยคุกคามความมั่นคงแบบเดิม (การใช้กำลังทหาร การสะสมอาวุธ) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น (3) เพิ่มปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านในภูมิภาคยุโรปตะวันออกเพื่อรักษาสมดุลกับรัสเซีย (4) ชะลอการรับสมาชิก EU ใหม่ก่อนปี 2562 โดยจะยังดำเนินการเจรจากับ ปท. ที่เริ่มเจรจาแล้ว และคงท่าทีไม่รับตุรกีเข้าเป็นสมาชิก (5) เพิ่มการมีส่วนร่วมทั้งในระดับทวิภาคีและในกรอบความร่วมมือพหุภาคีต่าง ๆ กับเอเชียตะวันออกเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ (6) ขยายบทบาทของ EU ในองค์กรเศรษฐกิจระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ IMF ธนาคารโลก โดยเน้นประเด็นธรรมาภิบาลด้านภาษี การแก้ปัญหาสถาบันการเงิน การลดการฟอกเงิน การช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา (7) เร่งจัดทำ คตล. การค้าเสรี (FTA) กับประเทศต่าง ๆ โดยเฉพาะการเจรจา Transatlantic Trade and Investment Partnership (TTIP) กับสหรัฐฯ และ EU – Japan FTA
7 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
กองยุโรป 1 กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กระทรวงการต่างประเทศ
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
