กีวีสีทองขึ้นแท่น Super Fruit

SunGold Kiwifruit กีวีสีทองสายพันธุ์ใหม่เป็นหนึ่งในผลไม้ในกลุ่ม Super Fruit ที่อุดมด้วยวิตามินซีมากกว่าส้มถึง 3 เท่า โดยกีวีสีทอง 1 ผล จะมีปริมาณวิตามินซี 161.3 มิลลิกรัม ซึ่งมากกว่าที่ร่างกายต้องการต่อวันเกือบ 2 เท่าตัว ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ช่วยให้กระบวนการสร้างคอลลาเจนและให้ร่างกายดูดซึมธาตุเหล็กได้ดี กีวีสีทองยังเป็นแหล่งของวิตามินอีไขมันต่ำที่สามารถช่วยป้องกันเส้นเลือดอุดตัน มีสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นยังอุดมไปด้วยโพแทสเซียมมากถึง 315 มิลลิกรัมเทียบเท่ากล้วย 1 ผลแต่มีปริมาณแคลอรี่ที่น้อยกว่า ช่วยลดความดันโลหิตสูง และมีกรดโฟเลทช่วยบำรุงการทำงานของสมองและบำรุงเม็ดเลือดแดงอีกด้วย
พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุลแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวพรรณและ Anti-Aging Medicine แนะนำว่า ใน 1 วันเราควรรับประทานผักและผลไม้อย่างน้อยวันละ 5 กำมือ เพื่อช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน ที่สำคัญความหวานจากผลไม้ช่วยให้ในระหว่างวันร่างกายไม่อ่อนเพลียและไม่ส่งผลเสียเท่ากับน้ำตาลทรายที่ใช้ปรุงอาหารในยปัจจุบัน กีวีถือเป็นหนึ่งในผลไม้ที่เราควรรัปประทาน เนื่องจากมีสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย ล่าสุดมหาวิทยาลัยในประเทศนิวซีแลนด์ได้รายงานผลวิจัยเกี่ยวกับ“อาหาร-อารมณ์” พบว่า “หากเรารับประทานกีวีวันละ 2 ลูก เป็นประจำจะช่วยให้มีอารมณ์โดยรวมดีขึ้น ไม่หงุดหงิดง่าย ที่สำคัญจะรู้สึกมีพลังงานมากขึ้น”
นางสาวจูดี้ ลีผู้จัดการฝ่ายการตลาดดูแลภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ บริษัท เซสปรี้ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เล่าว่า SunGold Kiwifruit หรือ กีวีสีทองสายพันธุ์ใหม่ เกิดจากการพัฒนาสายพันธุ์ในประเทศนิวซีแลนด์ โดยใช้ระยะเวลาในการทดลองเพาะพันธุ์ยาวนานกว่า 10 ปี เพื่อให้ได้สายพันธุ์ที่มีรสชาติอร่อย อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่มากกว่าผลไม้ชนิดอื่นในทุกคำที่รับประทาน เหมาะกับผู้บริโภคทุกช่วงวัย หรือแม้กระทั่งผู้ป่วยโรคเรื้อรัง และในอีก 5 ปีข้างหน้า เราจะได้รับประทานกีวีสีแดงที่มากด้วยคุณประโยชน์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาสายพันธุ์ โดยกีวีที่มีคุณภาพดีจะต้องเพาะปลูกในประเทศนิวซีแลนด์ เนื่องจากดินที่นั้นเป็นดินภูเขาไฟซึ่งมีค่า pH อยู่ที่ระหว่าง 5.0-6.8 มีน้ำสะอาดบริสุทธิ์ และแสงแดดส่งทั่วถึงเหมาะกับการเพาะปลูกต้นกีวีมากที่สุดในโลก ทั้งนี้แม้ว่าผลกีวีทั่วโลกจะสามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปี แต่ผลกีวีที่มีคุณภาพดีที่สุดจะออกผลในช่วงเดือนพฤกษภาคมถึงเดือนพฤศจิกายนเท่านั้น
ขอบคุณรูปภาพจาก : herbal.muasua.com
9 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
เดลินิวส์ออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
นิวซีแลนด์, กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
