รัฐบาลอินเดียแถลงแผนงบประมาณพัฒนาขนส่งระบบรางรถไฟ

นาย สดานันด์ คอฑา

(รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการรถไฟ)

เมื่อ วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 รัฐบาลอินเดีย โดยนายสดานันด์ คอฑา (Shri D.V. Sadannanda Gowda) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการรถไฟ ได้แถลงแผนการใช้งบประมาณเพื่อพัฒนาการขนส่งระบบราง (Rail Budget) ประจำปีงบประมาณ 2558 ต่อสภาผู้แทนราษฎรอินเดีย โดยจะใช้งบประมาณทั้งสิ้น 643,050 ล้านรูปี (ประมาณ 3.6 แสนล้านบาท) เพื่อปรับปรุงการขนส่งระบบรางให้ทันสมัย ตลอดจนแก้ไขปัญหาขาดทุนและการบริหารจัดการของการรถไฟอินเดีย

ทั้ง นี้ งบประมาณส่วนหนึ่งมาจากรัฐบาล 302,230 ล้านรูปี (ประมาณ 1.7 แสนล้านบาท) และอีกส่วนหนึ่งมาจากกองทุนรถไฟและการเปิดรับการลงทุนจากเอกชน ประเด็นสำคัญของแผนงบประมาณมี 4 ประเด็นดังนี้

1. การบริการสำหรับผู้โดยสารรถไฟ

รัฐบาลจะเพิ่มเส้นทางรถไฟใหม่ 72 เส้นทาง เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและรองรับการแสวงบุญของศาสนาต่างๆ

มีการ ปรับปรุงคุณภาพการเดินรถ โดยจะมีระบบตรวจสอบคุณภาพโดยบุคลากรจากภายนอกองค์กร มีการเพิ่มงบประมาณปรับปรุงความสะอาด ตลอดจนการเสริฟอาหารที่สะอาด และ ก่อสร้างศูนย์อาหารใน 50 สถานีสำคัญ อีกทั้งยังเพิ่มความเร็วในการเดินรถ 9 เส้นทาง จาก 160 เป็น 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

มีการ เพิ่มความปลอดภัย โดยจัดให้มีตู้โดยสารเฉพาะสำหรับผู้หญิง ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่หญิงคอยรักษาความปลอดภัย มีการจัดสร้างถนนและสะพานข้ามทางรถไฟ และปรับใช้ระบบ Hospital Management Information System เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน มีการใช้เทคโนโลยีทันสมัยโดยพัฒนาระบบ e-Ticket และทดลองติดตั้งสัญญาณ Wifi บนรถไฟบางเส้นทางและบางสถานี

2. การดึงดูดนักลงทุนมาร่วมโครงการ

กระทรวง การรถไฟจะเปิดการลงทุนตรงจากต่างชาติ (FDI) ในการขนส่งระบบรางทุกสาขา ยกเว้นปฏิบัติการเดินรถ อีกทั้งจะหาทุนร่วมระหว่างรัฐบาลและเอกชน (PPP) เพื่อพัฒนาระบบรางในอนาคต

3. การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า

ทาง รัฐบาลจะพัฒนาโครงข่ายรถไฟความเร็วสูง Diamond Quadrilateral เชื่อมสี่หัวเมืองใหญ่ ได้แก่ นิวเดลี มุมไบ เจนไน และ กัลกัตตา มีการพัฒนาเส้นทางเดินรถไฟ (Bullet Train) ระหว่างเมืองมุมไบรัฐมหาราษฎระ กับเมืองอาหมัดดาบาดรัฐคุชราต โดยร่วมมือกับ JICA ของญี่ปุ่น

(ภาพตัวอย่างรถไฟหัวกระสุน) 

4. การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ

ทาง รัฐบาลให้ความสำคัญสูงสุดกับความโปร่งใส โดยจะใช้เทคโนโลยีช่วย เช่น e-Procurement ในการจัดซื้อที่มีมูลค่าสูง และใช้ระบบ GIS Mapping ในการจัดการที่ดินของการรถไฟ

มีการ เปลี่ยนโครงสร้างบอร์ดบริหารการรถไฟ จัดตั้งมหาวิทยาลัยเพื่อพัฒนาบุคลากรด้านการรถไฟ และเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ โดยลดสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ (Operating Ratio) ด้วยการลดค่าใช้จ่ายของการรถไฟ และการกู้ยืมจากตลาด รวมถึงการเพิ่มราคาค่าตั๋วโดยสาร



จาก สถิติหนังสือพิมพ์ The Guardian ปัจจุบันอินเดียมีผู้ใช้บริการโดยสารรถไฟถึง 8.9 พันล้านคนต่อปี ดังนั้นหากรัฐบาลสามารถปฏิบัติตามแผนได้จริง ประชาชนอินเดียจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่งจากโครงการนี้ อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ อาทิ เป็นการขายระบบรถไฟให้กับต่างชาติ ตลอดจนเป็นการเลือกปฏิบัติโดยให้ความสำคัญแก่รัฐคุชราตเป็นพิเศษ


อ้างอิงรูปภาพ

http://www.thaiindia.net/images/2014/Jul-14/248944-sadanandagowda3.jpg

18 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: กองเอเชียใต้ กระทรวงการต่างประเทศ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ