เม็กซิโกพัฒนาพันธุ์ผลไม้คล้ายของไทย วางขายในอเมริกา ช่วงชิงความได้เปรียบต้นทุนขนส่ง
เม็กซิโกพัฒนาพันธุ์ผลไม้คล้ายของไทย วางขายในอเมริกา ช่วงชิงความได้เปรียบต้นทุนขนส่ง
         เม็กซิโกได้พัฒนาสายพันธุ์ผลไม้คล้ายของไทยได้แล้วหลายชนิด โดยล่าสุด สามารถปลูกมะม่วงเขียวเสวยและน้ำดอกไม้ที่มีรสชาติไม่แพ้มะม่วงจากเมืองไทย ข้อมูลจากสถานกงสุลใหญ่ไทย ณ นครลอสแองเจลิส
         ตามรายงาน มะม่วง ดังกล่าวมาจากสวนเกษตร Agroexportadora El Palenque S.P.R.de R.L. รัฐ Oaxaca ทางตอนใต้ของเม็กซิโก และมีวางขายอย่างแพร่หลายแล้วในตลาดอเมริกา ในฐานะประเทศที่มีชายแดนติดกับสหรัฐฯ มะม่วงจากเม็กซิโกจึงมีความได้เปรียบเรื่องการขนส่ง ซึ่งนอกจากใช้เวลาน้อยแล้ว ยังมีค่าใช้จ่ายไม่แพงด้วย สถานการณ์ดังกล่าว ทำให้มะม่วงเม็กซิโกมีราคาถูกกว่ามะม่วงรสชาติคล้ายกันของไทยเกือบครึ่ง กล่าวคือ ประมาณ 16-20 ดอลล่าร์สหรัฐต่อลัง สำหรับมะม่วงเม็กซิโก เมี่อเทียบกับราคาเฉลี่ย 30-40 ดอลลาร์สหรัฐต่อลังสำหรับมะม่วงไทย
         นอกจากมะม่วงแล้ว เม็กซิโกเริ่มเพาะปลูกผลไม้เมืองร้อนที่ไทยเคยครองตลาดหลักอีกหลายชนิด อาทิ มังคุด เงาะ ลำไย ลิ้นจี่ อย่างไรก็ดี ยังคงประสบปัญหาเกี่ยวกับพันธุ์ที่ไม่ได้คุณภาพ ตลอดจนปัญหาด้านเทคนิกและกรรมวิธีเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งทำให้ผลผลิตมีขนาดเล็ก และไม่สามารถเพาะปลูกได้ตลอดทั้งปี จากบริบทข้างต้น สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแอนเจลิส เห็นว่า เม็กซิโกจะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของไทย เนื่องจากมีข้อได้เปรียบทางด้านต้นทุน ทำให้สามารถขายได้ในราคาที่ถูกกว่ามาก และยังมีความพยายามที่จะพัฒนาสายพันธุ์และปรับปรุงทางด้านเทคนิกให้สามารถมีผลผลิตที่เท่าเทียมกับผลไม้จากไทย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยควรเร่งพัฒนาพันธุ์ผลไม้ รวมถึงแก้ปัญหาเกี่ยวกับขั้นตอนการส่งออกเพื่อรักษาตลาดผลไม้ไทยไว้ให้ได้ต่อไป
         “อีกทางเลือกหนึ่งของบริษัทส่งออกของไทย คือการร่วมทุนกับบริษัทในอเมริกา เพื่อลงทุนปลูกผลไม้ไทยในเม็กซิโกสำหรับส่งออกไปขายยังอเมริกา ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้านค่าขนส่งได้อย่างมาก” สถานกงสุลใหญ่ฯ กล่าวทิ้งท้าย
23 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานกงสุลใหญ่ ณ นครลอสแองเจลิส ([email protected] )
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ([email protected])

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ