ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกกับการค้นพบน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ
ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกกับการค้นพบน้ำมันและแก๊สธรรมชาติ
          ตามที่ปรากฏในบทความเรื่อง Oil and gas boom in East Africa countries promises riches ตีพิมพ์ในสื่อท้องถิ่นเคนยาฉบับวันที่ 19 ก.ค. 57 ซึ่งมีสาระสำคัญสรุปได้ดังต่อไปนี้
          ตามผลการวิเคราะห์ของธนาคาร Standard Chartered ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกกำลังจะกลายเป็นภูมิภาคที่มีพื้นที่การสำรวจน้ำมันและแก๊สธรรมชาติที่ขยายตัวมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก โดยการสำรวจพบแหล่งน้ำมันและแก๊สธรรมชาติในเคนยา ยูกันดา เซาท์ซูดาน เอธิโอเปีย แทนซาเนีย และโมซัมบิก เมื่อเร็วๆ นี้ มีศักยภาพที่จะปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจของประเทศเหล่านี้อย่างสำคัญยิ่ง ผ่านการลงทุนด้านการสร้าง ถนน ทางรถไฟ พลังงานไฟฟ้าและอุตสาหกรรมโครงสร้างพื้นฐาน
          การสำรวจพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก จะทำให้ภูมิภาคดังกล่าวกลายเป็นเขตแห่งไฮโดรคาร์บอนในทศวรรษข้างหน้าในอนาคต และจะช่วยขับเคลื่อนความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่กว้างขวางยิ่งขึ้นตลอดทั่วภูมิภาคแห่งนี้
          การสำรวจน้ำมันในแอฟริกาตะวันออกเริ่มขึ้นจากการสำรวจพบแหล่งสำรองน้ำมันที่มีศักยภาพเชิงพาณิชย์ (commercially viable) ในปริมาณประมาณ 1.5 ถึง 2 ล้านบาร์เรลในตอนเหนือของยูกันดา โดยเมื่อปีที่แล้ว ประมาณการสำหรับแหล่งสำรองน้ำมันทั้งหมดเท่าที่ทราบของยูกันดา มีปริมาณทั้งสิ้น 3.5 ล้านบาร์เรล
การสำรวจพบน้ำมันในยูกันดา และข้อเท็จจริงที่ว่า ใบอนุญาตการสำรวจในแอฟริกามีราคาค่อนข้างถูก ทำให้กิจกรรมการสำรวจสามารถทำต่อไปได้ในประเทศอื่นในแอฟริกาตะวันออก อันเป็นผลให้มีการสำรวจพบน้ำมันในเคนยาและในภาคใต้ของเอธิโอเปีย รวมทั้งการค้าพบแก๊สธรรมชาติในแทนซาเนียและโมซัมบิก
         หนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญที่แสดงให้เห็นว่า แอฟริกาตะวันออกน่าจะมีการเจริญเติบโตที่ขับเคลื่อนโดยน้ำมันและแก๊สในอีกครึ่งทศวรรษข้างหน้าคือ ข้อเท็จจริงที่ว่าโครงการต่างๆ เกี่ยวกับน้ำมันและแก๊สธรรมชาติในแอฟริกาตะวันออก จะเริ่มขึ้นเริ่มเข้าสู่กระบวนการเพื่อการผลิตในช่วงเวลาเดียวกัน โดยคาดกัน ว่า โครงการเกี่ยวกับแก๊สและแก๊สธรรมชาติที่เป็นของเหลว (liquiditied natural gas) ของแทนซาเนียและโมซัมบิกจะเริ่มเข้าสู่การผลิตในปี ค.ศ. 2019 ในขณะที่โครงการจองเคนยาและเอธิโอเปียน่าจะสามารถได้รับผลประโยชน์เชิงพาณิชย์ได้ในช่วง 6-7 ปีข้างหน้า
         ยูกันดากำหนดจะเริ่มการผลิตน้ำมันภายในช่วงปี ค.ศ. 2018-2019 ในขณะที่เซาท์ซูดานได้เริ่มการผลิตน้ำมันแล้ว การลงทุนด้านน้ำมันจะช่วยเร่งการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของหลายประเทศในแอฟริกาตะวันออก และแม้การสำรวจพบน้ำมันและแก๊สในแอฟริกาตะวันออกจะมีปริมาณที่ถือได้ว่าค่อนข้าง ปานกลางในบริบทโลก แต่การสำรวจพบดังกล่าว มีความสำคัญยิ่งในบริบทของเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยในปัจจุบัน ได้มีการดำเนินการตามแผนเพื่อสร้างท่อส่งน้ำมันเชื่อมโยงพื้นที่แหล่งน้ำมันของยูกันดากับเมือง Lamu ซึ่งเป็นเมืองท่าชายฝั่งมหาสมุทรอินเดียของเคนยา
         เมื่อเดือน ก.พ. 57 ยูกันดาทำความตกลงกับบริษัทน้ำมันที่ประกอบกิจการในยูกันดาเพื่อการอำนวยความสะดวกในการพัฒนาการกลั่นน้ำมันและท่อส่งน้ำมัน เพื่อให้ยูกันดาสามารถส่งออกสำรองน้ำมันดิบได้ ความพยายามของยูกันดาในการเชื่อโยงแหล่งสำรองน้ำมันภายในประเทศกับชายฝั่งตะวันออกของเคนยาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่การส่งออก สามารถใช้เป็นแบบอย่างให้ประเทศที่ไม่มีทางออกสู่ทะเลประเทศอื่นในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก
         การสร้างท่อส่งน้ำมันจะกระตุ้นให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยจะช่วยนำการลงทุนเพิ่มเติมและโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นเข้ามาสู่ภูมิภาคฯ ซึ่งจะส่งผลเป้ฯการช่วยส่งเสริมให้มีการลงทุนต่อไปอีกในด้านประกอบอุตสาหกรรม
         ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาคแอฟริกาตะวันออก จะก่อให้เกิดอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นสำหรับการใช้น้ำมันภายในภูมิภาคฯ โดยเมื่อปี ค.ศ. 2012 ภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกนำเข้าผลิตภัณฑ์น้ำมันและปิโตรเลียมในมูลค่าโดยรวมประมาร 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และตามประมาณการของธนาคาร Standard Chartered อุปสงค์โดยรวมสำหรับผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในแอฟริกาตะวันออกจะเพิ่มสูงขึ้นเป็นสามเท่าภายในปี ค.ศ. 2030 โดยเคนยาจะเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในแอฟริกาตะวันออก เนื่องจากเศรษฐกิจเคนยาได้รับการคาดการณ์ว่าจะเจริญเติบโตอัตราร้อยละ 5 ถึงร้อยละ 7 ในช่วง 5 ปีข้างหน้า

*** อ่านเพิ่มเติม
24 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ([email protected])

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ