แดนจิงโจ้ตั้งเป้า "กรีนสแควร์" มั่นใจอีก 6 ปีดึงเม็ดเงินต่างชาติ

เดอะ ซิดนีย์ มอร์นิ่ง เฮรัลด์ สื่อสิ่งพิมพ์ชั้นนำของออสเตรเลีย รายงานว่า หลังจากที่รัฐบาลออสเตรเลียตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มพื้นที่สีเขียวในประเทศราว 20% หรือมากกว่านั้นภายในปี 2563 นี้ โดยเน้นความสำคัญไปที่ย่านธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบ้านเรือนของประชาชนกว่า 20,000 คน ซึ่งมีที่อยู่อาศัยหรือทำงานอยู่ในบริเวณดังกล่าว และคาดการณ์ไปอีกสองทศวรรษว่าอาจเพิ่มเป็น 30,000 คน
โดยรัฐบาลเชื่อว่า โครงการดังกล่าวจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เพิ่มขึ้น หากต้นไม้ใบหญ้าที่ลดน้อยลงและถูกแทนที่ด้วยตึกขนาดใหญ่ กลายเป็นพื้นที่สีเขียวมากขึ้น ซึ่งออสเตรเลียจะเริ่มโครงการพัฒนาพื้นที่สีเขียวตามเมืองต่างๆ ภายใต้ความร่วมมือทั้งภาครัฐและเอกชน
ขณะที่เสียงสะท้อนจากประชาชนส่วนใหญ่กลับเห็นต่างและแสดงมุมมองชัดเจนว่าโครงการพื้นที่สีเขียวอาจเพิ่มความวุ่นวายและส่งผลให้การจราจรที่ติดขัดอยู่แล้วรุนแรงมากขึ้นหากการพัฒนาโครงการนี้ใช้เวลานานและไม่มีระบบจัดการที่ดีพอ
ด้านนายมาร์ก วูดบริดจ์ ชาวนครซิดนีย์ แสดงความเห็นว่า "โครงการพื้นที่สีเขียวได้เริ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่สร้างความไม่พอใจต่อชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงมาก เพราะเส้นทางการจราจรในปัจจุบันเต็มไปด้วยขบวนรถบรรทุก และเสียงดังที่ตามมาจากการก่อสร้าง"
สำหรับนางแพททริเซีย ฟอร์ซิธ จากสภาธุรกิจแห่งซิดนีย์ กล่าวเพิ่มว่า "โครงการพื้นที่สีเขียวจำเป็นต้องดำเนินการต่อไป เพื่ออนาคตที่ดีขึ้นของออสเตรเลีย เป็นที่ชัดเจนว่าหลังโครงการแล้วเสร็จ จะผลักดันให้ระบบการขนส่งในประเทศดีขึ้นอย่างแน่นอน"
ซึ่งที่ผ่านมา นายกเทศมนตรี โครเวอร์ มอร์ ได้รับการเสนอแนะเสมอ สำหรับการเพิ่มระบบขนส่งในระหว่างการพัฒนาโครงการ เพื่อเพิ่มช่องทางอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน
อย่างไรก็ตาม อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการวางแผน แบรด แฮซซาร์ด มองว่า การพัฒนาโครงการพื้นที่สีเขียวนี้ผ่านขั้นตอนการพิจารณาแล้ว ซึ่งมั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อแหล่งที่อยู่อาศัยของประชาชนในอนาคตแน่นอน อีกทั้งยังสร้างความยั่งยืนให้กับเศรษฐกิจภายในประเทศด้วย
ขอบคุณรูปภาพจาก : ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
29 กรกฎาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ออสเตรเลีย, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
