สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเปิดตัวอุทยานธุรกิจการเกษตรแห่งแรกในประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกเปิดตัวอุทยานธุรกิจการเกษตรแห่งแรกในประเทศ
         เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 นาย Joseph Kabila ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก (Democratic Republic of Congo - DRC) ได้เข้าร่วมพิธีเปิดอุทยานธุรกิจการเกษตรแห่งแรกของ DRC คือ อุทยาน Bukanga Lonzo ซึ่งมีขนาดพื้นที่ 75,000 เฮกตาร์ ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกินชาซา เมืองหลวงของ DRC ไปทางทิศตะวันออก 240 กิโลเมตร นับเป็นการดำเนินการก้าวแรกตามแผนงานเพื่อการใช้พื้นดินที่เหมาะสมที่กว้างใหญ่ของประเทศ สำหรับเพาะปลูกเพื่อผลิตอาหาร การสร้างงาน และเพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศหลุดพ้นจากการพึ่งพาภาคเหมืองแร่เพียงอย่างเดียว และเพื่อลดการพึ่งพิงการนำเข้าสินค้าอาหารจากต่างประเทศ


         DRC มีพื้นที่ที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูกประมาณ 80 ล้านเฮกตาร์ ประชากรประมาณ 70 ล้านคน ทำงานในภาคการเกษตร แต่เป็นการเกษตรแบบยังชีพ (Subsistence agriculture) โดยในปีที่ผ่านมา DRC นำเข้าอาหารมูลค่าสูงถึง 1.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

         แผนงานดังกล่าวของรัฐบาลมีศักยภาพที่จะสร้างการเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนและลดความเปราะบางของเศรษฐกิจ DRC ที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติ และความผันผวนของตลาดระหว่างประเทศ และคาดหวังว่า เกษตรกรทั้งจากต่างประเทศและท้องถิ่นจะปลูกพืชพันธุ์ชนิดต่าง ๆ ในอุทยาน เพื่อจำหน่ายในกรุงกินชาซา ซึ่งมีประชากร 10 ล้านคน อุทยานธุรกิจการเกษตรที่ Bukanga น่าจะสร้างงานจำนวนมากทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยรัฐบาลมีแผนจะเปิดอุทยานในลักษณะเดียวกันทั้ง 11 จังหวัดของประเทศ

         โครงการนี้ใช้เงินประมาณ 83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยได้ว่าจ้างบริษัท Mozfood and Energy ของแอฟริกาใต้เป็นผู้ทำการศึกษาความเป็นไปได้ และบริษัท Africom ของแอฟริกาใต้เป็นผู้บริหารจัดการ

          อย่างไรก็ดี ประเด็นความท้าทายที่ DRC ยังคงเผชิญอยู่ ได้แก่ การเป็นหนึ่งในประเทศที่มีชื่อเสียงว่ามีสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่สลับซับซ้อน (tricky) ที่สุด และแนวโน้มในภาคการเกษตรมีบทบาทลดลงในขณะที่ภาคเหมืองแร่มีการขยายอย่างต่อเนื่อง






แหล่งอ้างอิงรูปภาพ


1. http://www.allmediany.com/news/27719-congo-launches-agri-business-park-in-move-to-revamp-farming
2. http://af.reuters.com/news/pictures/articleslideshow?articleId=AFKBN0FM0IR20140717&channelName=#a=1
3. http://www.presidentrdc.cd/spip.php?article580

5 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงไนโรบี
โดย: กองแอฟริกา กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ