บลจ.กสิกรไทยประเมิน "วิกฤตอาร์เจนตินา" กระทบตลาดหุ้นโลกระยะสั้น

นางสาวยุพาวดีกล่าวว่า "สำหรับกรณีเหตุการณ์ที่ประเทศอาร์เจนตินาได้มีการผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 12 ปี หลังการเจรจาเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ล้มเหลว บลจ.กสิกรไทยมีมุมมองต่อกรณีดังกล่าว โดยคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอาร์เจนตินาซึ่งอยู่ในภาวะถดถอยอยู่แล้วให้แย่ลงไปอีก แต่ไม่น่าจะส่งผลกระทบในวงกว้างต่อระบบธนาคารของอาร์เจนตินา เนื่องจากมีสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่ค่อนข้างน้อย เมื่อเทียบกับเหตุการณ์ในปี 2001 ที่มีสัดส่วนหนี้สาธารณะอยู่สูงมาก
นอกจากนี้ประเทศอาร์เจนตินาค่อนข้างเป็นประเทศที่อยู่โดดเดี่ยวจากตลาดทุนโลก ดังนั้นการผิดนัดชำระหนี้ในครั้งนี้ไม่น่าจะส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดเกิดใหม่ทั่วโลกมากนัก อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวได้ส่งผลให้เกิดความผันผวนต่อตลาดหุ้นทั่วโลก แต่เชื่อว่าเป็นผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น โดยในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นในต่างประเทศต่างปรับตัวลดลง ทั้งนี้ สำหรับผู้ลงทุนในระยะสั้นหรือผู้ลงทุนที่รับความเสี่ยงได้น้อยควรชะลอการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงดังกล่าว หรือสามารถเลือกพักเงินกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการ ซึ่งมีความเสี่ยงต่ำแต่สามารถให้ผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าดอกเบี้ยเงินฝากในปัจจุบัน โดยกองทุนตราสารหนี้ที่ บลจ.กสิกรไทยเสนอขายในสัปดาห์นี้ ไม่มีการลงทุนในตราสารหนี้ของสถาบันการเงินในอาร์เจนตินาแต่อย่างใด ผู้ลงทุนจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อกองทุนดังกล่าว"
นางสาวยุพาวดีกล่าวต่อไปว่า สำหรับตราสารหนี้ที่กองทุน KEFF1YV จะเข้าไปลงทุนในเบื้องต้นประกอบด้วยเงินฝาก China Construction Bank Corporation เงินฝาก Bank of China ร่วมด้วยตราสารหนี้ Agricultural Bank of China ตราสารหนี้ Banco ABC Brasil S.A. และตราสารหนี้ BTG Investments LP ที่ค้ำประกันโดย BTG Pactual Holding S.A., ประเทศบราซิล ด้านกองทุน KEFF6MAF จะลงทุนในเงินฝากของ China Construction Bank Corporation เงินฝาก Garanti Bank, ประเทศตุรกี ร่วมด้วยตราสารหนี้ VakifBank,ประเทศตุรกี ตราสารหนี้ Agricultural Bank of China และตราสารหนี้ BTG Investments LP ที่ค้ำประกันโดย BTG Pactual Holding S.A., ประเทศบราซิล โดยทั้ง 2 กองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน และเป็นกองทุนที่เหมาะสำหรับผู้ลงทุนที่มีสินทรัพย์ในการลงทุนสูงและสามารถยอมรับความเสี่ยงได้มากขึ้น เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน โดยผู้ลงทุนต้องลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำ 1,000,000 บาท
อย่างไรก็ตามสำหรับนักลงทุนทั่วไปที่สามารถยอมรับความเสี่ยงได้ต่ำ แต่ต้องการโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าการลงทุนกับตราสารหนี้ภายในประเทศเพียงอย่างเดียว บลจ.กสิกรไทย ขอแนะนำกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน อีโอ (KFI3MEO) ซึ่งโดยเบื้องต้นคาดว่าจะลงทุนในเงินฝาก China Construction Bank Corporation เงินฝาก Bank of China นอกจากนี้ยังลงทุนในตราสารหนี้ประเทศไทยของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) โดยตราสารที่กล่าวมามีอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในอันดับที่สามารถลงทุนได้ (Investment Grade) และกองทุนดังกล่าวมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถลงทุนด้วยเงินขั้นต่ำเพียง 5,000 บาท
ผู้ที่สนใจลงทุนกับกองทุน KEFF1YV, กองทุน KEFF6MAF และกองทุน KFI3MEO สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและขอรับหนังสือชี้ชวนเสนอขายได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา หรือสอบถาม KAsset Contact Center 0 2673 3888 หรือที่ www.kasikornasset.com
ขอบคุณรูปภาพจาก : travel.thaiza.com
8 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล:
ข่าวสดออนไลน์
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
อาร์เจนตินา, ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
