เมียนมาร์คลอด "E-Visa" รองรับนักท่องเที่ยวทะลัก
เมียนมาร์คลอด "E-Visa" รองรับนักท่องเที่ยวทะลัก

         นับตั้งแต่เมียนมาร์เริ่มปฏิรูปและเปิดประเทศต้อนรับนานาชาติ หนึ่งในอุตสาหกรรมเด่นที่ได้รับความสนใจเป็นลำดับต้นๆ คือการท่องเที่ยว ด้วยอานิสงส์ของธรรมชาติที่งดงามและยังอยู่ในสภาพ "บริสุทธิ์" ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากแห่มายลโฉมประเทศที่ปิดตัวเองอยู่นานหลายทศวรรษ แต่การขาดแคลนสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และขั้นตอนทางราชการซับซ้อน กลับเป็นอุปสรรคใหญ่ต่อการขยายตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในเมียนมาร์

         โดยขั้นตอนการขอวีซ่านั้นเป็นหนึ่งในประเด็นร้อนที่นักท่องเที่ยวติเตียนไม่หยุด เพราะผู้ที่ต้องการจะเข้าไปยังเมียนมาร์ ต้องไปที่สถานทูตแต่เช้าเพื่อรับบัตรคิว บวกกับปัญหาเกี่ยวกับจำนวนบัตรคิวที่จำกัด ซึ่งรัฐบาลยังคงเพิกเฉยต่อปัญหาดังกล่าวมาโดยตลอด

         ปัญหาเหล่านี้ยืนยันจาก น.ส.กิลล์ ชาร์ลตัน คอลัมนิสต์ที่เชี่ยวชาญด้านการเดินทางจาก "เทเลกราฟ" โดย น.ส.ชาร์ลตันเผยว่า
การขอวีซ่าเข้าเมียนมาร์เป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกกล่าวถึงบ่อยที่สุด

         คอลัมนิสต์หญิง ยังกล่าวว่า รัฐบาลเมียนมาร์ประกาศเตรียมเปิดเว็บไซต์ให้บริการออกวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ (อี-วีซ่า)
สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างไม่จำกัดจำนวน
โดยกำหนดเงื่อนไขการออกวีซ่าดังกล่าวให้เฉพาะกับกลุ่มนักท่องเที่ยวเท่านั้น ซึ่งเว็บไซต์ www.myanmarevisa.gov.mm เป็นทางเลือกใหม่ที่จะอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้น

         นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกคือ สถานทูตเมียนมาร์ในลอนดอน มีบริการขอวีซ่าเช่นเดียวกัน ทั้งทางไปรษณีย์และด้วยตนเอง ตั้งแต่เวลา 10.00 น. ถึงช่วงกลางวัน โดยผู้ที่มาขอใช้บริการสามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มการขอวีซ่าได้ง่าย จากเว็บไซต์ www.myanmarembassylondon.com และส่งแบบฟอร์มพาสปอร์ต พร้อมรูปถ่าย 2 ใบ รวมทั้งสำเนาเที่ยวบินการเดินทาง ซึ่งค่าใช้จ่ายสำหรับการยื่นเรื่องทางไปรษณีย์เป็นเงินราว 14 ปอนด์ต่อคน

         ด้าน "เดอะ นิวส์ ไลต์ ออฟ เมียนมาร์" สื่อรัฐบาล รายงานถึงขั้นตอนการขอวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ว่า มี 4 ขั้นตอนสำคัญ คือ

1) ผู้ที่ยื่นขอวีซ่าจะต้องกรอกข้อมูลผ่านระบบออนไลน์

2) ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล และชำระค่าธรรมเนียมผ่านบัตรเครดิตหรือเดบิต

3) รอการอนุมัติและรับเอกสารรับรองวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์ทางอีเมล์ ภายในระยะเวลา 5 วันทำการ และ

4) นำเอกสารรับรองวีซ่าอิเล็กทรอนิกส์พร้อมพาสปอร์ตไปแสดงที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ลงตราประทับในพาสปอร์ต

         "อีเลฟเว่น" รายงานเพิ่มว่า นายออง ทินฮา รองอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองและประชากรของสนามบินนานาชาติย่างกุ้ง
กล่าวว่า อัตราค่าบริการของอี-วีซ่าจะมีมูลค่า 50 ดอลลาร์ ซึ่งอนุมัติออกวีซ่าให้เฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น และราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

         นายออง อธิบายเพิ่มว่า นักท่องเที่ยวที่สมัครและขอบริการวีซ่าทางออนไลน์จะได้รับวีซ่าภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งต้องใช้ภายใน 3 เดือนนับจากวันสมัคร และสามารถอยู่ในเมียนมาร์ได้นาน 28 วัน

         ทั้งนี้ บริการอี-วีซ่าจะเริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่ วันที่ 1 กันยายนนี้เป็นต้นไป ด้านเว็บไซต์ "แทรเวล วีกลี่" รายงานคาดการณ์ตัวเลขนักท่องเที่ยวในปีนี้ว่า จะเพิ่มเป็น 3.1 ล้านคน และขยับเป็น 7 ล้านคนในปี 2563

         อย่างไรก็ดี แผนการพัฒนาครั้งนี้เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ เชื่อว่าการเพิ่มความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจะช่วยยกระดับเศรษฐกิจได้ดีขึ้น อีกทั้งการปรับวิสัยทัศน์ของรัฐบาลที่เริ่มให้ความสำคัญในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากขึ้น ทำให้เมียนมาร์เป็นอีกหนึ่งประเทศในอาเซียนที่น่าจับตามอง ซึ่งขั้นตอนการทำ "อี-วีซ่า" ได้รับการดูแลจากบริษัท เมียนมาร์ อีส เน็ต ชั้นนำของประเทศ




ขอบคุณรูปภาพ : http://th.wikipedia.org/wiki
27 สิงหาคม 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 18 ส.ค. 2557
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • เป็นที่รู้กันว่าไทยเป็นประเทศที่มีความโดดเด่นเรื่องการแพทย์และสาธารณสุขในระดับโลก โดยไทยสามารถดึงดูดผู้ใช้บริการจากทั่วโลกเข้ามารับการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะผู้มีรายได้สูงจากตะวันออกกลางและญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเปิดประชาคม ASEAN จะเป็นตัวเร่งให้โรงพยาบาลในไทยเริ่มตื่นตัวรับกระแสดังกล่าว รวมถึงการขยายสาขาออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม กัมพูชา และเมียนมา
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF ได้คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจเมียนมาปีนี้จะเติบโตถึง 8.5% จะเป็นจริงมากแค่ไหน ย้อนดูผลงานทางเศรษฐกิจเมื่อปี 2558 คงจะพอบอกอะไรได้บ้าง
  • ขณะที่เมียนมาร์ได้กลายเป็นประเทศ “เนื้อหอม” สำหรับนักลงทุนทั่วโลก ชื่อ “ทวาย” ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูและหมายปองสำหรับนักลงทุนไทย
  • คนเมียนมาร์เข้าถึงมือถือครบ 100% ใน 6 ปี ผลสำรวจล่าสุดชี้ ชาวเมียนมาร์จะใช้มือถือครบทุกคนใน 6 ปี หลังรัฐบาลเปิดเสรีอุตสาหกรรมโทรคมนาคม
  • การปฏิรูปทางเศรษฐกิจในพม่า ส่งผลต่อการปรับบรรยากาศการลงทุนและการเปิดคลังทรัพยากรมหาศาลเพื่อรองรับกระแสทุนนิยมและโลกาภิวัตน์ที่ถาโถมเข้าใส่เมียนมาร์อย่างต่อเนื่อง
  •         ตลาดอาเซียนถือเป็นตลาดใหม่ที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจในระดับสูงและรวดเร็ว โดยเฉพาะชาติที่เพิ่งเปิดประเทศอย่าง "เมียนมาร์" ซึ่งเป็นที่จับตามองของนักลงทุนทั่วโลก เพราะเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพซึ่งนักลงทุนที่เข้าไปในเมียนมาร์มากที่สุด คือ จีน รองลงมาเป็นญี่ปุ่น และไทยที่มีสัดส่วนใกล้เคียงกัน

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ