บีโอไอหนุนลงทุนแอฟริกา - อเมริกาใต้ ชี้ช่องทางนักธุรกิจไทยแสวงหาฐานการผลิตใหม่ใน 4 ประเทศ
บีโอไอหนุนลงทุนแอฟริกา - อเมริกาใต้ ชี้ช่องทางนักธุรกิจไทยแสวงหาฐานการผลิตใหม่ใน 4 ประเทศ
     บีโอไอเปิดผลศึกษาและข้อมูลการลงทุนเชิงลึกในกลุ่มประเทศแถบแอฟริกา และอเมริกาใต้ รวม 4 ประเทศ ได้แก่ เคนยา กานา แทนซาเนีย และเปรู หลังแนวโน้มอุตสาหกรรมของทั้ง 4 ประเทศขยายตัวต่อเนื่อง และพร้อมเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ เป็นโอกาสไทยเข้าไปแสวงหาฐานการผลิตทั้งอุตสาหกรรมจากทรัพยากรธรรมชาติ และเกษตรแปรรูป

     นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยภายในงานสัมมนานำเสนอผลการศึกษา “โอกาสลู่ทางและระเบียบการลงทุน/การทำธุรกิจในสาธารณรัฐเคนยา สาธารณรัฐกานา สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และสาธารณรัฐเปรู” ว่า การส่งเสริมการลงทุนไทย ในต่างประเทศเป็นภารกิจสำคัญของบีโอไอ นอกเหนือจากส่งเสริมให้เกิดการลงทุนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ได้แก่ ลาว เมียนมาร์ กัมพูชา เวียดนาม และอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นเป้าหมายแรก บีโอไอยังได้ดำเนินการศึกษาลู่ทางของการส่งเสริมนักลงทุนไทยไปเจาะตลาดการลงทุนใหม่ ๆ เพื่อให้นักลงทุนไทยใช้ประกอบการพิจารณาและแสวงหาฐานการผลิต ในต่างประเทศที่น่าสนใจเพิ่มเติม

     ทั้งนี้ ตามแผนการศึกษาลู่ทางการทำธุรกิจในกลุ่มตลาดการลงทุนใหม่ ปี 2557 บีโอไอได้คัดเลือกให้มีการศึกษาข้อมูลเชิงลึกที่มีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจในทุกด้านที่เกี่ยวข้อง ครอบคลุม 4 ประเทศ ทั้งในแถบทวีปแอฟริกา และอเมริกาใต้ ได้แก่ สาธารณรัฐเคนยา สาธารณรัฐกานา สหสาธารณรัฐแทนซาเนีย และสาธารณรัฐเปรู เนื่องจากเป็นประเทศที่มีความน่าสนใจ ทั้งด้านเป็นตลาดการลงทุนที่กำลังขยายตัว มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 6 ติดต่อกันเป็นเวลาหลายปี ประกอบกับมีความอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ วัตถุดิบ และแรงงาน รวมทั้งสิทธิประโยชน์ทางการค้าที่ประเทศดังกล่าวได้รับจากประเทศที่พัฒนาแล้ว

     “การนำเสนอผลศึกษาครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์แก่นักลงทุนไทยที่ประสงค์ขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ เนื่องจากจะเน้นศึกษาข้อมูล เกี่ยวกับพื้นฐานทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และกฎระเบียบ ตลอดจนโอกาสและลู่ทางการค้าการลงทุนในแต่ละประเทศว ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่ผู้ประกอบการต้องมีความเข้าใจและให้ความสำคัญสำหรับใช้ประกอบการพิจารณาตัดสินใจในอนาคตต่อไป” นายอุดมกล่าว

     นายอุดม กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้นักลงทุนไทยให้ความสนใจไปลงทุนในประเทศตลาดใหม่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นว่านักลงทุนไทยหลายสาขาเริ่มมีศักยภาพและความเข้มแข็งพอที่จะออกไปแข่งขันกับนักลงทุนชาติอื่น ๆได้ทั่วโลก

     ทั้งนี้ จากผลการศึกษาพบว่า ในแต่ละประเทศมีโอกาสสำหรับนักลงทุนไทยอีกมาก ได้แก่ สาธารณรัฐเคนยา เป็นศูนย์กลางของกลุ่มประเทศสมาชิกตลาดร่วมแห่งภูมิภาคแอฟริกาตะวันออกและแอฟริกาใต้ และเป็นประเทศที่มีการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในแอฟริกาตะวันออก ขณะเดียวกันสาธารณรัฐเคนยามีเครือข่ายการเชื่อมโยงการคมนาคมที่ดี มีท่าเรือสำคัญ และมีเส้นทางรถไฟและการบินเชื่อมต่อไปยังประเทศเพื่อนบ้าน มีทรัพยากรธรรมชาติด้านการเกษตรที่อุดมสมบูรณ์ เป็นโอกาสที่ดีของนักลงทุนไทยในการลงทุนด้านผลิตภัณฑ์เกษตร อาหารแปรรูป อัญมณี เป็นต้น

     สำหรับสหสาธารณรัฐแทนซาเนีย มีทรัพยากรมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ประมง ก๊าชธรรมชาติ ทองคำ เพชร ถ่านหิน อัญมณี ดีบุก ฟอสเฟต ประกอบกับ รัฐบาลพยายามดึงการลงทุนจากต่างชาติโดยชักจูงการลงทุนในระบบสาธารณูปโภค เช่นการก่อสร้างระบบขนส่งทางราง ท่าเรือ โรงไฟฟ้า และต้องการให้ไทยเข้าไปลงทุนในธุรกิจภาคเกษตรและอาหาร อุตสาหกรรมบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพสูงที่นักลงทุนไทยจะสามารถเข้าไปลงทุนได้

     สาธารณรัฐกานา เป็นประเทศที่มีเสถียรภาพทางการเมืองสูง เป็นศูนย์กลางการค้าในแอฟริกาตะวันตก โดยภาคเกษตรถือว่ามีความสำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศและรัฐบาลต้องการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปลงทุนให้มากที่สุด เนื่องจากมีพื้นที่เพาะปลูกมากกว่าครึ่งของพื้นที่ทั้งหมดของประเทศ ทำให้มีโอกาสสำหรับนักลงทุนไทยในกลุ่มต่างๆ อาทิ ธุรกิจประเภทธัญพืช การทำฟาร์มสัตว์ปีก สัตว์น้ำทะเล ปศุสัตว์ อาหารสัตว์ เป็นต้น

     ขณะที่การลงทุนในสาธารณรัฐเปรู เหมาะสำหรับการเป็นช่องทางกระจายสินค้าไทยไปยังประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอเมริกาใต้ และเปรูมีความอุดมสมบูรณ์ในทรัพยากร ทองคำ เหมืองแร่ และปิโตรเลียม รวมถึงรัฐบาลสนับสนุนการลงทุนจากต่างประเทศในสาขาการแปรรูปสินค้าประมง ซึ่งเป็นโอกาสและเปิดกว้างสำหรับการลงทุนของไทยในหลายสาขา เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว กิจการร้านอาหาร ธุรกิจบริการ ระบบสาธารณูปโภค การก่อสร้างถนน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เป็นต้น



ขอบคุณรูปภาพจาก : http://sameaf.mfa.go.th
4 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล: http://www.ryt9.com
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ