ต้องจับตา! แนวโน้มเศรษฐกิจตุรกีหลังการเลือกตั้งทั่วไป

ภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีตุรกี ค่าเงินตุรกีปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะอ่อนตัวลงในเวลาต่อมา ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่มั่นใจที่ฝ่ายต่างๆ มีต่อนโยบายเศรษฐกิจของตุรกี
นาย Erdoğan ตั้งเป้าที่จะสร้าง “ตุรกีใหม่” กล่าวคือการผลักดันให้ตุรกีกลายเป็นผู้มีบทบาทชั้นนำของโลก โดยมุ่งหวังให้ติด 1 ใน 10 ของประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในโลกภายในปีค.ศ. 2023 (ขณะนี้ ตุรกีอยู่อันดับ 18 ของโลก)
จากนโยบายเศรษฐกิจข้างต้น ก่อให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายในกลุ่มนักธุรกิจตุรกีที่มีแนวคิดแตกต่างกัน โดย Turkish Industrialists’ and Businessmen’s Association (TÜSIAD) กลุ่มนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง (Elite) ของตุรกี เรียกร้องให้ Erdoğan สร้างความสมานฉันท์และลดท่าทีที่แข็งกร้าวต่อศัตรูทางการเมือง ในขณะที่กลุ่มของ Turkish Exporters’ Assembly (TIM) และ Independent Industrialists’ and Businessmen’s Association (MÜSIAD) กลับเชื่อมั่นว่า รัฐบาล Erdoğan จะพาตุรกีให้บรรลุวิสัยทัศน์ในการสร้าง “ตุรกีใหม่” ได้
ขณะที่ Moody’s Investor Service (สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ) มองว่า แนวโน้มเศรษฐกิจตุรกีภายหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดี ปี 2557-2558 จะเติบโตที่ร้อยละ 2.5-3.5 ซึ่งต่ำกว่าตัวเลขที่รัฐบาลฯ ตั้งเป้าไว้ (ตั้งเป้าไว้ที่ร้อยละ 4) นอกจากนั้น นักวิเคราะห์จำนวนมากมองว่า เศรษฐกิจตุรกียังคงเปราะบางต่อเนื่อง ซึ่งอาจสืบเนื่องจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ดังนี้
ปัจจัยภายใน
(1) ความเสี่ยงทางการเมืองหลังชัยชนะของนาย Erdoğan Fitch (สถาบันจัดอันดับ ความน่าเชื่อถือ) ระบุว่า การบริหารงานอย่างต่อเนื่องของนาย Erdoğan ไม่ได้ช่วยลดความขัดแย้งทางการเมืองและสังคม เห็นได้ชัดจากเหตุการณ์การประท้วงขับไล่รัฐบาลตุรกี ที่ Taksim Gezi Park ในเมืองอิสตันบูล โดยมีสาเหตุมาจากการที่รัฐบาลสั่งตัดต้นไม้ในสวนสาธารณะเพียงเพื่อสร้างศูนย์การค้า
(2) ปัญหาอัตราเงินเฟ้อสูง สาเหตุหลักมาจากค่าเงินตุรกีลีร่าที่อ่อนค่าลงร้อยละ 20 ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ส่วนช่วงมกราคม-กรกฎาคม 2557 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ร้อยละ 6.3 และอัตราทั้งปีอยู่ที่ร้อยละ 9.3 สูงกว่าค่าเป้าหมายที่ร้อยละ 5
(3) การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ทำให้ตุรกีต้องพึ่งพาเงินทุนจากต่างชาติ ถึงแม้ว่าในช่วง ต้นปีที่ผ่านมาตุรกีจะสามารถลดระดับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดจากร้อยละ 9 เหลือร้อยละ 6 แต่ยังคงเป็นอัตราที่มีความเสี่ยงอยู่ดี
(4) ความเป็นอิสระของธนาคารกลางตุรกี นักวิเคราะห์ด้านการเงินและเศรษฐศาสตร์ยัง กังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของธนาคารกลางตุรกี เนื่องจาก นาย Erdoğan ได้สั่งการให้ธนาคารกลางตุรกีลดอัตราดอกเบี้ยถึง 3 ครั้ง เพื่อสนับสนุนให้คนทำงานมากกว่านั่งรอรับรายได้จากดอกเบี้ย ทั้งนี้ แนวคิดดังกล่าวน่าจะมีพื้นฐานมาจากหลักศาสนาอิสลามที่ห้ามทำธุรกรรมทางการเงินโดยคิดดอกเบี้ย ซึ่งสวนทางกับธนาคารกลางตุรกีที่ต้องการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อและค่าเงินตุรกีลีร่า
ปัจจัยภายนอก
(1) สถานการณ์การเมืองในภูมิภาค มีความเป็นไปได้สูงที่เศรษฐกิจตุรกีจะได้รับผลกระทบจากวิกฤติความรุนแรงในอิรักซึ่งเป็นประเทศส่งออกอันดับ 2 ของตุรกี และความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับยูเครนซึ่งรัสเซียเป็นประเทศส่งออกอันดับ 6 ของตุรกี ซึ่งก๊าซธรรมชาติในตุรกีเกินครึ่งนำเข้าจากรัสเซีย ขณะเดียวกันก็ต้องสร้างสมดุลกับประเทศตะวันตก จึงทำให้ตุรกีต้องตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
(2) นโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ตุรกียังต้องระวังการถอน เงินทุนอย่างฉับพลันออกจากประเทศ หาก FED ระงับนโยบาย Quantitative Easing การมีการถอนทุนก้อนใหญ่ออกากระบบ นอกจากจะทำให้เศรษฐกิจตุรกีหดตัวแล้ว ยังส่งผลให้ค่าเงินตุรกีลีร่าอ่อนตัวลงอย่างรวดเร็ว ซ้ำยังเพิ่มภาระการชำระหนี้ต่างชาติของผู้กู้ชาวตุรกีด้วย
(3) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว Moody’s Investor Service คาดว่า จีดีพีในประเทศพัฒนาแล้วจะเติบโตอย่างมีนัยยะสำคัญ ขณะที่เศรษฐกิจกลุ่มประเทศเกิดใหม่จะเติบโตในระดับต่ำลง ดังนั้น อาจมีการเคลื่อนย้ายเงินทุนที่ลงทุนในตุรกีแล้วและในส่วนที่ยังไม่ตัดสินใจลงทุนไปสู่ตลาดประเทศพัฒนาแล้ว โดยวาดฝันว่าจะมีเสถียรภาพและได้ผลตอบแทนที่ดีกว่า
จากปัจจัยทั้งสองด้านที่กล่าวมาข้างต้น ภาคธุรกิจยังคงจับตาดูผู้บริหารด้านเศรษฐกิจชุดใหม่ ก่อนตัดสินใจทำธุรกิจ อนึ่ง รัฐบาลชุดปัจจุบันมีนาย Ali Babacan (รองนายกรัฐมนตรี) ดูแลนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม สื่อตุรกีคาดว่า นาย Ali Babacan ไม่น่าจะได้รับตำแหน่งในรัฐบาลชุดใหม่ เนื่องจากความมีคิดขัดแย้งกับนาย Erdoğan เรื่องนโยบายดอกเบี้ย ซึ่งหากนาย Ali Babacan ถูกปลด ก็อาจทำให้นโยบายเศรษฐกิจตุรกีคาดเดาได้ยากขึ้น
นาย Nicolas de Magnienville (รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท Lafarge Dalsan) ผู้ผลิตผนังจากปูนพลาสเตอร์ของฝรั่งเศสในตุรกีและมีอุตสาหกรรมซีเมนต์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในยุโรป รวมถึงนักลงทุนต่างชาติบางส่วนยังกังวลว่า นาย Erdoğan จะมุ่งบริหารประเทศไปสู่ “Islamic State”
“เศรษฐกิจตุรกียังคงเปิดกว้างต่อการลงทุนของต่างชาติ เนื่องจากเป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจตุรกี แต่ความกังวลหลักของนักลงทุนต่างชาติน่าจะมาจากความไม่แน่นอนของนโยบายเศรษฐกิจมากกว่า” สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการากล่าวย้ำ
ไม่ว่านโยบายด้านเศรษฐกิจของนาย Erdoğan จะดำเนินไปอย่างราบลื่นหรือไม่ ตอนนี้นักวิเคราะห์เศรษฐศาสตร์และการเงินต่างประเทศ ต่างจัดให้ตุรกีอยู่ในกลุ่มปานกลางไปก่อน เพราะยังเร็วเกินไปที่จะประเมินตุรกีในทางใดทางหนึ่ง
ส่วนยูเครนและรัสเซียยังคงอยู่ในกลุ่มติดลบ
สำหรับอินเดีย อินโดนีเซีย บราซิล อยู่ในกลุ่มดี เป็นตลาดที่มีศักยภาพและมีโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง หากเศรษฐกิจตุรกีประสบภาวะความขัดแย้งทางการเมืองในภูมิภาค นักลงทุนต่างชาติก็พร้อมที่จะเบนเข็มเข้าไปลงทุนในสามประเทศนี้อย่างแน่นอน
ขอบคุณรูปภาพจาก : hatyaiok.com
5 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล:
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
รูปภาพที่เกี่ยวข้อง
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
