ชนชั้นกลางแอฟริกาพุ่ง
ชนชั้นกลางแอฟริกาพุ่ง
     ดีมานด์สินค้าบริการกระฉูด ครัวเรือนชนชั้นกลางใน 11 ประเทศของอนุภูมิภาคซาฮารา (ไม่รวมประเทศแอฟริกาใต้) มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้น 3 เท่า เป็น 22 ล้านครัวเรือนในปี 2573 ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดสินค้าและบริการอย่างยานพาหนะ ประกันภัย อสังหาริมทรัพย์ รวมถึงสินค้าเพื่อสุขภาพพลอยคึกคักตามไปด้วย

     ไฟแนนเชียล ไทมส์ อ้างผลการวิจัยของสแตนดาร์ดแบงก์ว่า การขยายตัวของครัวเรือนชนชั้นกลาง ซึ่งคือครอบครัวที่มีรายได้ 8,500-42,000 ดอลลาร์ต่อปี ได้รับแรงส่งจากการพุ่งทะยานของจำนวนครัวเรือนชนชั้นกลางระดับล่าง ซึ่งทำเงินต่อปีได้ 5,500-8,500 ดอลลาร์

     การสะสมความมั่งคั่งในภูมิภาคดังกล่าวปรับขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วง 2543-2557 ซึ่งมีครอบครัวชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น 6 ล้านครอบครัว ในแองโกลา เอธิโอเปีย กานา เคนยา โมซัมบิก ไนจีเรีย ซูดานใต้ ซูดาน แทนซาเนีย ยูกันดา และแซมเบีย ยังมีการประเมินด้วยว่า การเติบโตของรายได้ใน 11 ประเทศข้างต้นจะยิ่งพุ่งสูงในช่วง 15 ปี ข้างหน้า

     "ระหว่างปี 2557-2573 เราคาดว่าจะมีครัวเรือนที่เข้าข่ายเป็นชนชั้นกลางเพิ่มขึ้น 14 ล้านครัวเรือน ใน 11 ประเทศ มากกว่าตัวเลขปัจจุบันถึง 3 เท่า และถ้ารวมกลุ่มชนชั้นกลางระดับล่าง ตัวเลขจะเด้งไปถึงกว่า 40 ล้านครัวเรือน ในปี 2573 จากระดับ 15 ล้านในขณะนี้" นายไซมอน ฟรีเมนเทิล นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสด้านการเมืองของสแตนดาร์ดแบงก์ ระบุ

     รายได้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น ย่อมทำให้ดีมานด์ต่อสินค้าและบริการสูงตามไปด้วย โดยครอบครัวที่มีรายได้ค่อนข้างสูงจะจัดสรรเงินให้กับการศึกษา ประกันภัยการดูแลสุขภาพ รถยนต์ ที่อยู่อาศัยและสาธารณูปโภคมากขึ้น ส่วนครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่าจะใช้จ่ายไปกับอาหารเครื่องดื่ม เสื้อผ้า ค่าเดินทางมากกว่าเดิม

     อีกปัจจัยที่กระทบต่อแบบแผนการใช้จ่ายของคนในอนุภูมิภาคซาฮารา คือการขยายตัวของเขตเมือง (Urbanization) ปัจจุบันประชากรราว 350 ล้านคน หรือ 65% ของ 11 ประเทศข้างต้น อาศัยอยู่ในเขตเมือง เพิ่มจาก 10% ในปี 2493 คาดว่าภายในปี 2573 จะมีประชากรในเขตเมืองมากขึ้นอีก 160 ล้านคน


ขอบคุณรูปภาพจาก : สแตนดาร์ดแบงก์
9 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ