ธนาคารกลางยุโรปออกมาตรการพิเศษด้านการเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเขตยูโรของสหภาพยุโรป

(1) ลดดอกเบี้ยลงในอัตราต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะดอกเบี้ยนโยบาย จากร้อยละ 0.10 เป็นร้อยละ 0.05 และเก็บดอกเบี้ยเพิ่มจากธนาคารที่นำเงินไปฝากกับ ECB แทนการให้ดอกเบี้ย จากร้อยละ 0.10 เป็นร้อยละ 0.20
(2) เตรียมซื้อตราสารหนี้จากธนาคารพาณิชย์ใน EU ตั้งแต่เดือน ต.ค. 57 เป็นต้นไป ทั้งนี้ เฉพาะตราสารหนี้ที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันเป็นสินเชื่อค้างชำระของภาคเอกชนและครัวเรือน (สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อเพื่อการบริโภค หนี้บัตรเครดิต เงินกู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งคาดว่ามีมูลค่าประมาณ 5 แสนล้านยูโร) เพื่อลดภาระสินเชื่อที่มีความเสี่ยงสูงของธนาคารและเอื้อให้ธนาคารพร้อมปล่อยกู้ได้มากขึ้น
นอกจากนี้ นาย Mario Draghi ผู้ว่าการ ECB แถลงด้วยว่า หากจำเป็น ECB ก็พร้อมจะดำเนินมาตรการอื่นๆ เพิ่มเติม รวมถึงการซื้อตราสารหนี้ในตลาดเงินโดยตรง (ในลักษณะเดียวกับมาตรการ Quantitative Easing (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐอมริกา) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและป้องกันเงินฝืด อย่างไรก็ดี มาตรการข้างต้นซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารกลางของสหรัฐฯ อังกฤษ และญี่ปุ่นได้ดำเนินการแล้ว แต่ที่ผ่านมา ECB พยายามหลีกเลี่ยงที่จะแสดงให้เห็นว่า ECB มีความกังวลอย่างมากต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจเขตยูโรที่ยังไม่มีเสถียรภาพ รวมทั้งความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืด โดยล่าสุด ECB คาดการณ์ว่า อัตราเงินเฟ้อในเขตยูโรในช่วงสิ้นปี 2557 จะลดลงอยู่ที่เพียงร้อยละ 0.6
ในระยะสั้น การออกมาตรการดังกล่าวทำให้เงินยูโรอ่อนค่าลงต่ำกว่าระดับ 1.3 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อหนึ่งยูโรเป็นครั้งแรกในรอบ 14 เดือน ส่วนในระยะกลางและยาวนั้น ยังไม่มีหลักประกันชัดเจนว่ามาตรการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จในการสร้างการเจริญเติบโตและเสถียรภาพแก่เขตยูโรหรือไม่ เนื่องจากมีปัจจัยอื่น ๆ ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของ ECB อาทิ
(1) มาตรการของ ECB ข้างต้น เน้นการช่วยให้ธนาคารปล่อยสินเชื่อได้ง่ายขึ้น (supply side) แต่ไม่ได้กระตุ้นความต้องการสินเชื่อของภาคเอกชนและครัวเรือน (demand side) ซึ่งต้องอาศัยมาตรการของภาครัฐเป็นหลัก โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ การลงทุนภาครัฐ การปรับโครงสร้างหนี้ภาคเอกชนที่ยังอยู่ในอัตราสูง
(2) มาตรการของ ECB ทำให้ต้นทุนในการกู้เงินของประเทศต่าง ๆ (ดอกเบี้ยพันธบัตร) ลดลง จึงช่วยเพิ่ม policy space แก่ประเทศในเขตยูโรให้สามารถใช้จ่ายงบประมาณมากขึ้น ซึ่งในขณะที่บางประเทศ เช่น เยอรมนี สเปน ใช้งบประมาณอย่างระมัดระวังเพื่อสร้างความเข้มแข็งในระยะยาว แต่บางประเทศเช่น อิตาลี และฝรั่งเศส อาจจะใช้งบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น และทำให้วินัยการคลังหย่อนยาน ซึ่งอาจส่งผลให้การแก้ปัญหาหนี้สาธารณะทำได้ยากขึ้น
(3) สภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นอาจก่อให้เกิดภาวะฟองสบู่ในตลาดอสังหาริมทรัพย์หรือตลาดหุ้นในประเทศที่เศรษฐกิจเติบโตได้ดีในระยะยาวได้ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับไทย มาตรการของ ECB อาจมีกระทบต่อค่าเงินยูโรที่อ่อนลง ทำให้กำลังซื้อของประเทศเขตยูโรลดลงและกระทบต่อความสามารถในการนำเข้าสินค้าจากไทย ตลอดจนอาจส่งผลต่อความต้องการขยายลงทุนใหม่ ๆ ในไทยและการเดินทางมาท่องเที่ยวในไทยบ้าง อย่างไรก็ดี โดยที่การค้าและการลงทุนที่มีอยู่ระหว่างไทยกับเขตยูโรในปัจจุบันยังใช้เงินดอลลาร์สหรัฐ เป็นเงินสกุลหลักในการทำธุรกรรม ผลกระทบจึงน่าจะอยู่ในวงจำกัด ขณะที่ด้านการเงิน อาจมีเงินทุน ไหลเข้าตลาดเงินและตลาดทุนของไทยจากเขตยูโรเพิ่มเติมตามสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นจากการซื้อตราสารหนี้ของ ECB
16 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล:
กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ
โดย:
ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
ประเภทข่าว
แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ
- กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาร์เจนตินา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแคนาดา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในชิลี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเม็กซิโก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในออสเตรเลีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเมียนมาร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในรัสเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในบราซิล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเยอรมนี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเดนมาร์ก
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอียิปต์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในฮังการี
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในนอร์เวย์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในปากีสถาน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสหรัฐอเมริกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในศรีลังกา
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินเดีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิหร่าน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในสิงคโปร์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเกาหลีใต้
- ศูนย์บริการข้อมูลธุรกิจไทยในฟิลิปปินส์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาเลเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในลาว
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในญี่ปุ่น
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอินโดนีเซีย
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในไต้หวัน
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเวียดนาม
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในยุโรป
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในแอฟริกาใต้
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเซเนกัล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในเนปาล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในมาดากัสการ์
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในคูเวต
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอิสราเอล
- ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในอาเซียน
