มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจระหว่างสหภาพยุโรป (EU) - รัสเซีย กับโอกาสของไทย
มาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจระหว่างสหภาพยุโรป (EU) - รัสเซีย กับโอกาสของไทย
          วิกฤตในยูเครนที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือน มี.ค. 2557 จนถึงปัจจุบัน เป็นการเผชิญหน้าระหว่างรัสเซียกับสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐฯ เพื่อรักษาอิทธิพลของตนเหนือดินแดนและรัฐบาลยูเครน ซึ่งมีความสำคัญ ทั้งทางยุทธศาสตร์ ความมั่นคงทางพลังงาน และเศรษฐกิจ โดยทั้งสองฝ่ายได้ออกมาตรการตอบโต้อย่างต่อเนื่อง ในส่วนของค่ายตะวันตกมีการซ้อมรบของกลุ่มประเทศสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือ (NATO) ในพื้นที่ใกล้ๆ พรมแดนรัสเซีย และ EU ได้ห้ามบริษัทรัสเซียบางแห่งทำธุรกรรมทางการเงินและ การระดมทุนใน EU ในขณะที่รัสเซียได้ห้ามนำเข้าสินค้าเกษตร เช่น ผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผลิตภัณฑ์นม และการเริ่มลดการส่งก๊าซธรรมชาติไปยัง EU เหตุการณ์ดังกล่าว แสดงถึงการเตรียมยกระดับการเผชิญหน้าและเพิ่มอำนาจต่อรองของตน และมีแนวโน้มว่าวิกฤตครั้งนี้จะยืดเยื้อไปจนถึงฤดูหนาว และอาจมีการออกมาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้นในอนาคต ซึ่งจะส่งผลกระทบมากขึ้นต่อทั้งเศรษฐกิจภายในของทั้ง EU และรัสเซีย รวมถึงต่อประเทศอื่นๆ ที่เป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ รวมทั้งไทยด้วย

         เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2557 EU ได้ยกเลิกการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่เกษตรกรผู้ผลิตผักและผลไม้สด (มะเขือเทศ แครอท กะหล่ำขาว ดอกกะหล่ำ พริก แตงกวา เห็ด แอปเปิ้ล แพร์ เชอ์รรี่แดง และกีวี) ที่ได้รับความเสียหายจากมาตรการจำกัดการนำเข้าสินค้าเกษตรจาก EU ของรัสเซียเป็นการชั่วคราว หลังจากพบว่า มีเกษตรกรมาขอรับความช่วยเหลือมากกว่ามูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยจะเตรียมออกมาตรการช่วยเหลือโดยตรงต่อผู้เสียหายมากขึ้นภายในเดือน พ.ย. 2557 นอกจากนี้ EU เตรียมดำเนินการควบคุมปริมาณกลุ่มสินค้าอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบ มิให้ออกสู่ตลาดมากจนทำให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำมากเกินไป

        ในส่วนของไทย มาตรการเกี่ยวกับสินค้าเกษตรของทั้งสองฝ่ายอาจเป็นโอกาสสำหรับทั้งผู้ผลิตสินค้าเกษตรและผู้บริโภคชาวไทยในด้านหนึ่ง ผู้ส่งออกสินค้าเกษตรไทยไม่น่าจะได้รับผลกระทบจากการที่ราคาผักและผลไม้ใน EU ลดลง เพราะไทยไม่ได้เป็นผู้ส่งออกสินค้าดังกล่าวเข้า EU ในขณะที่ไทยอาจสามารถขายสินค้าเกษตร โดยเฉพาะ เนื้อสัตว์ (ไก่) อาหารทะเล และผักผลไม้บางชนิดไปยังรัสเซียซึ่งกำลังหาแหล่ง นำเข้าอื่น ๆ ที่มีระยะทางใกล้กว่าลาตินอเมริกาซึ่งปัจจุบันกลายเป็นแหล่งนำเข้าทดแทน นอกจากนี้ ผู้บริโภคไทยอาจได้รับอานิสงส์จากราคาผักผลไม้เมืองหนาวจาก EU ที่ลดลงด้วย

        ทั้งนี้ คาดว่ามาตรการตอบโต้ทางเศรษฐกิจที่อาจมีขึ้นในอนาคต น่าจะเป็นโอกาสสำหรับภาคธุรกิจของไทย เช่น (1) การห้ามไม่ให้บริษัทรัสเซียเพิ่มการทำธุรกรรมและการระดมทุนในตลาดเงิน EU และการห้ามสถาบันการเงิน EU ถือสินทรัพย์ของบริษัทเหล่านี้จะช่วยเพิ่มโอกาสแก่กลุ่มประเทศเอเชียตะวันออก รวมทั้งไทยให้เป็นแหล่งระดมทุนและเป้าหมายการลงทุนใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้น (2) การที่รัสเซียระงับการนำเข้าสินค้า EU บางประเภทเพิ่มเติม เช่น ยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ หรือ สินค้าเกษตรอื่น ๆ อาจเป็นโอกาสสำหรับสินค้าไทยทั้งในฐานะผู้ผลิตสินค้าสำเร็จรูปและผู้ผลิตในห่วงโซ่อุปทาน

       อย่างไรก็ดี โดยที่วิกฤตยูเครนมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของรัสเซียและ EU มีความเชื่อมโยงกับประเด็นพลังงาน การเดินเรือและโลจิสติกส์ในทะเลดำ ดังนั้น นอกเหนือจากโอกาสทางธุรกิจที่อาจเพิ่มขึ้น ภาคเอกชนอาจต้องติดตามผลกระทบในแง่ลบอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วย
30 กันยายน 2557
แหล่งข้อมูล: กองยุโรป 1 กรมยุโรป กระทรวงการต่างประเทศ
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ