'ยุคเศรษฐียังประหยัด' ซาอุฯ ออกกฎลดใช้น้ำมันในรถบรรทุกเล็ก
'ยุคเศรษฐียังประหยัด' ซาอุฯ ออกกฎลดใช้น้ำมันในรถบรรทุกเล็ก
      การใช้พลังงานภาคขนส่งของประเทศเศรษฐีน้ำมันแห่งคาบสมุทรอาหรับอย่างซาอุดีอาระเบียถึงคราวต้องเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อสำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรมของซาอุดีอาระเบีย (Saudi Arabian Standards Organization-SASO) ออกกฎให้รถยนต์บรรทุกขนาดเล็ก (pick-up) ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยตั้งแต่เดือนมกราคมปี 2016 รถบรรทุกขนาดเล็กจะต้องเปลี่ยนจากการใช้ น้ำมันเชื้อเพลิง 12 กิโลเมตร/ลิตร เป็น 19 กิโลเมตร/ลิตร และจะต้องเปลี่ยนให้แล้วเสร็จภายในปี 2025

     มาตรการข้างต้นเป็นผลพวงจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่มีปริมาณสูงขึ้น โดยปัจจุบัน 82% ของรถบรรทุกในซาอุดีอาระเบียเป็นประเภทรถบรรทุกขนาดเล็ก ในจำนวนนี้ 2.02 ล้านคัน มีอายุการใช้งานเกิน 20 ปี ซึ่งใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลเฉลี่ย 8.11 แสนบาร์เรล/วัน ทำให้ภาคการขนส่งใช้น้ำมันเชื้อเพลิงมากถึง 23% ของการใช้พลังงานทั้งหมด

     ในปี 2030 จำนวนรถบรรทุกทุกประเภทในซาอุดีอาระเบียจะเพิ่มขึ้นแตะ 26 ล้านคัน และน่าจะใช้น้ำมันมากถึง 1.68 ล้านบาร์เรล/วัน ทำให้รัฐบาลซาอุฯ ต้องคิดหาวิธีพัฒนามาตรฐานเครื่องยนต์ให้สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2013 รัฐบาลได้เริ่มโครงการประหยัดน้ำมันในภาคการขนส่ง ซึ่งเริ่มใช้จริงขั้นแรกเมื่อเดือนสิงหาคมปี 2014 และขั้นที่สองในเดือนมกราคมปี 2015

     ทางการซาอุฯ ได้ตระหนักถึงการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงในรถยนต์ทั่วไปด้วยเช่นกัน และได้รณรงค์อย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบันซาอุดีอาระเบียสามารถลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึงร้อยละ 4 ต่อปี

     สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาดให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การเติบโตของจำนวนประชากร ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ และความห่างไกลของเมืองภายในประเทศ ทำให้ประชาชนส่วนใหญ่เลือกใช้รถยนต์ส่วนตัวในการเดินทาง แต่ทางการซาอุดีอาระเบียหาทางออกโดยการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ อาทิ รถไฟฟ้าใต้ดินในกรุงริยาด รถไฟฟ้าเชื่อมเมืองใหญ่อย่างเจดดาห์และมักกะห์ ซึ่งนอกจากจะลดปัญหาจราจรแล้ว ยังช่วยประหยัดน้ำมันในระยะยาวอีกด้วย

ขอบคุณรูปภาพจาก : www.headlightmag.com
24 ธันวาคม 2557
แหล่งข้อมูล: สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงริยาด
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

รูปภาพที่เกี่ยวข้อง

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ