"อินเดีย" เศรษฐกิจโตแซง "จีน" ชัยชนะของแดนภารตมาถึงแล้ว ?
"อินเดีย" เศรษฐกิจโตแซง "จีน" ชัยชนะของแดนภารตมาถึงแล้ว ?

ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงสถิติอินเดียเซอร์ไพรส์ตลาดด้วยการประกาศตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไตรมาสสี่ปีที่แล้ว ซึ่งคำนวณด้วยวิธีการใหม่ ปรากฏว่าขยายตัวสูงกว่าจีน นอกจากมีข้อกังขาถึงความน่าเชื่อถือของตัวเลขที่ออกมา นักเศรษฐศาสตร์ยังชี้ด้วยว่า การรักษาระดับการเติบโตในระยะยาวเป็นสิ่งสำคัญกว่า

วอลล์สตรีต เจอร์นัล ระบุตัวเลขของทางการอินเดียว่า ไตรมาสที่สามและสี่ของปี 2557 เขตเศรษฐกิจอันดับสามของเอเชียขยายตัว 8.2% และ 7.5% ตามลำดับ ขณะที่ในช่วงเวลาดังกล่าวจีดีพีจีนเติบโต 7.3% ทั้งสองไตรมาส แต่ถ้าใช้วิธีการคำนวณแบบเก่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจอินเดียอยู่ที่ราว 5.5%

ถ้ายึดตามตัวเลขล่าสุดของกระทรวงสถิติแดนส่าหรี จะเท่ากับว่าอินเดียแซงจีนเป็นเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ที่มีอัตราการเติบโตสูงสุดของโลกในช่วงครึ่งหลังของปี 2557 และคาดว่าตัวเลขการเติบโตโดยรวมของอินเดียในปีงบประมาณ 2557 ที่จะสิ้นสุดในเดือนมีนาคมนี้ จะอยู่ที่ 7.4% เท่ากับจีน ทั้งนี้ การพัฒนาเศรษฐกิจให้ขยายตัวเทียบเท่าหรือแซงหน้าจีน เป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของรัฐบาลอินเดียแทบทุกชุด รวมถึงชุดล่าสุดภายใต้การนำของ นายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดิ

นายวิลเลี่ยม เพเซก คอลัมนิสต์จากบลูมเบิร์ก ตั้งข้อสังเกตว่า ไม่ใช่ครั้งแรกที่อินเดียเติบโตในระดับเดียวกับแดนมังกร และประเทศอื่น ๆ อย่างบราซิล ตุรกีรวมถึงศรีลังกา ก็เคยอยู่ในจุดนี้มากแล้ว อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ราว 8% ต่อปีใกล้เคียงจีน ทำให้หลายประเทศตั้งความหวังว่าจะสามารถผลักดันให้เศรษฐกิจประเทศตนเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับแดนมังกรในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา

แต่ส่วนใหญ่ประเทศเหล่านั้นจะฝันสลายภายในไม่กี่ปี เนื่องจากโครงสร้างเศรษฐกิจที่อ่อนแอ การแห่ลงทุนตามกระแสโดยไม่คำนึงถึงปัจจัยพื้นฐาน ฟองสบู่ตลาดสินค้าโภคภัณฑ์หรือสินเชื่อระดับโลกแตก ส่วนจีนแม้จะต้องเผชิญกับวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์และวิกฤตหนี้สาธารณะในยูโรโซน ก็ยังสามารถรักษาระดับการเติบโตเฉลี่ย 5 ปีล่าสุดไว้ที่ 8.5% ขณะที่ค่าสัมประสิทธิ์ จินี (Gini) ซึ่งเป็นดัชนีชี้วัดการกระจายรายได้ระหว่างคนรวยกับคนจน มีแนวโน้มดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ย้อนกลับมามองอินเดีย ช่วงวาระแรกของรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคคองเกรส ที่ปัจจุบันเป็นฝ่านค้าน เศรษฐกิจประเทศนี้ขยายตัวเฉลี่ย 8% แต่ในวาระที่สอง รัฐบาลพรรคคองเกรสหันมาให้ความสำคัญกับการกระจายความมั่งคั่งผ่านโครงการสวัสดิการต่าง ๆ แทนที่จะเน้นการเปิดรับเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ เหมือนในสมัยแรก ผลก็คือ อัตราการเติบโตร่วงลงต่ำกว่า 5%

สิ่งที่อินเดียรวมถึงประเทศตลาดเกิดใหม่อื่นๆ ต้องเรียนรู้จากจีน ไม่ใช่แนวทางการกระตุ้นอัตราการเติบโต แต่เป็นวิธีรักษาการเติบโตให้เป็นไปอย่างยั่งยืน

ในระหว่างการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ แม้รัฐบาลจีนจะยอมรับอัตราการขยายตัวที่ลดลง แต่องค์ประกอบสำคัญในการเพิ่มคุณภาพการเติบโตก็ยังต้องคงไว้ อาทิ การเกินดุลบัญชีเดินสะพัด การดูแลอัตราเงินเฟ้อ การเพิ่มผลิตภาพและการขจัดการเล่นพรรคเล่นพวก

การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่อินเดียต้องเร่งสะสาง ดุลบัญชีเดินสะพัดที่ติดลบเรื้อรังเคยเกือบทำให้เกิดวิกฤตหนี้เต็มรูปแบบในอินเดียมาแล้วในปี 2556 การมีทุนสำรองระหว่างประเทศที่เพียงพอยังช่วยป้องกันความผันผวนจากภายนอก เช่น ปัญหาในยูโรโซนตลอดจนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในอนาคต

ส่วนอัตราเงินเฟ้ออินเดียในปัจจุบันสูงกว่าของจีนที่ 0.8% ถึง 6 เท่า ตัวเลขเงินเฟ้อที่สูงทำให้ต้นทุนการกู้ยืมพลอยสูงไปด้วย เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เนื่องจากแรงกดดันต่อเงินเฟ้อในอินเดียส่วนใหญ่มากจากฝั่งซัพพลาย การลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางอินเดียเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจึงไม่เพียงพอ ต้องอาศัยการปรับปรุงระบบภาษี กวาดล้างคอร์รัปชั่น ยกเครื่องสาธารณูปโภค ซึ่งจะช่วยให้ต้นทุนการผลิตลดลง เป็นการแก้ปัญหาเงินเฟ้ออย่างตรงจุด

อินเดียมีข้อได้เปรียบอยู่แล้วที่โครงสร้างประชากร โดยปัจจุบันมีคนวัยทำงานมากกว่า 800 ล้านคน เท่ากับจีนในปี 2536 ทำให้อินเดียเป็นที่สนใจของนักลงทุนต่างชาติ ทว่าคุณภาพของแรงงานอินเดียยังคงล้าหลังแรงงานจีนที่มีผลิตภาพสูงกว่า 1.6 เท่า การพัฒนาระบบการศึกษาทั้งคุณภาพและปริมาณ ตลอดจนปรับปรุงกฎหมายจ้างงานให้ทันสมัยเป็นปัจจัยหลักที่จะช่วยให้อินเดียเติบโตอย่างยั่งยืน และก้าวมาอยู่แถวหน้าของโลกเช่นเดียวกับจีน

16 กุมภาพันธ์ 2558
แหล่งข้อมูล: ประชาชาติธุรกิจออนไลน์
โดย: ศูนย์ธุรกิจสัมพันธ์ กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กระทรวงการต่างประเทศ

Back to the list

More Related

  • จากตอนที่แล้ว เราได้ทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายอาเซียนหรือ GMS Economic Corridors ซึ่งเป็นเส้นทางคมนาคมสายสำคัญที่ช่วยสร้างความเชื่อมโยงกับประเทศทั้งในและนอกภูมิภาคอาเซียน GMS Economic Corridors ใช้เป็นเส้นทางสำหรับขนส่ง กระจายสินค้า ลำเลียงวัตถุดิบ อีกทั้งรองรับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานและระบบสาธารณูปโภคเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการเชื่อมโยงอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ยังต้องอาศัยความเชื่อมโยงด้านกฎระเบียบ (Software Connectivity) เพื่ออำนวยความสะดวกและลดขั้นตอนการขนส่งที่ซับซ้อนลงจากที่เป็นอยู่
  • ปัจจุบัน ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือ ASEAN Economic Community เป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในทุกแวดวง และในขณะเดียวกัน เรามักจะได้ยินคำว่า GMS Economic Corridors อยู่บ่อยครั้ง จนหลายคนตั้งคำถามว่า GMS Economic Corridor คืออะไร และมีความสำคัญอย่างไรต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเส้นทางเศรษฐกิจสายสำคัญ ๆ เหล่านี้ให้มากยิ่งขึ้น
  • การประชุมสุดยอดกรอบความร่วมมือเอเชีย (Asia Cooperation Dialogue) หรือ ACD จะกลับมา ที่ประเทศไทยอีกครั้ง ต้นเดือนตุลาคม 2559 และครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกที่ ACD เปิดเวทีภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ ACD Connect โดยมีจุดประสงค์หลักคือส่งเสริมการเชื่อมโยงการเงินในภูมิภาคเอเชีย เพื่อส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือด้านนโยบายระหว่างประเทศสมาชิกเพื่อการขยายตัวในด้านการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
  • เทรนด์ “รักษ์” สุขภาพ กำลังแรงไปทั่วโลก สะท้อนจากที่ผู้คนหันมาออกกำลังกายและบริโภคอาหารปลอดสารพิษและเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภคกลุ่มนี้ คือ “ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์” ที่ปลูกโดยปราศจากการใช้ยาฆ่าแมลง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ
  • “โมร็อกโก” เป็นที่รู้จักในฐานะประเทศน่าเที่ยวแห่งหนึ่งของโลก แต่ในแง่โอกาสทางเศรษฐกิจ น้อยคนที่จะรู้ว่า โมร็อกโกเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีศักยภาพ ด้วยตลาดภายในประเทศกว่า 30 ล้านคน และการเป็นประตูบานสำคัญสู่ตลาดการค้าการลงทุนแอฟริกา

ประเภทข่าว


แหล่งข้อมูลข่าวเศรษฐกิจ